เปิดตัว Feature แอปพลิเคชัน “อสม.ออนไลน์” เฝ้าระวังโควิด19

Mon, 2020-05-18 15:20 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สธ.ร่วม AIS เปิดตัวฟิเจอร์ติดตามกลุ่มเสี่ยงโควิด 19 ผ่านแอปพลิเคชัน “อสม.ออนไลน์” เฝ้าระวังการระบาดของโรค

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข รับมอบซิมจาก เอไอเอส พร้อมสิทธิ์คุ้มครองประกันภัยโควิด-19 เพื่อมอบให้กับ อสม.ในการปฏิบัติงานสู้ภัยโควิด-19

นายอนุทิน กล่าวว่า จากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 หรือโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ผู้ที่มีส่วนสําคัญทําให้จํานวนผู้ติดเชื้อในขณะนี้ลดลง ได้แก่ อสม. ซึ่งมีอยู่กว่า 1 ล้าน 5 หมื่นคนทั่วประเทศ ถือเป็นกองหนุนสําคัญที่ทําให้ระบบสาธารณสุขไทยมีความเข้มแข็ง ทำงานเชิงรุกในการค้นหา และตรวจคัดกรองผู้มีความเสี่ยงไปจนถึงผู้ติดเชื้อใน ชุมชนได้อย่างรวดเร็ว ผ่านเทคโนโลยีแอปพลิเคชันอสม.ออนไลน์ ในการเฝ้าระวังความเสี่ยง คัดกรอง และ ติดตามผลกลุ่มเสียงผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน เพื่อให้บุคคลดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวังและสังเกตอาการให้เร็วที่สุด ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยสนับสนุนในการทำงาน

“วันนี้เอไอเอส ได้พัฒนารูปแบบการใช้งานของแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ให้ อสม.ได้ใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังความเสี่ยง คัดกรอง และติดตามผลกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนซิมการ์ดโทรศัพท์และสิทธิ์คุ้มครองประกันภัยโควิด-19 แก่ อสม. เป็นการตอบแทนนักรบเสื้อเทา ที่ทุ่มเท เสียสละทำงานด้วยจิตอาสาในการดูแลป้องกันโรค” นายอนุทิน กล่าว

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ร่วมมือกับเอไอเอส พัฒนาแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องมือในการ ทํางานให้แก่ อสม.มาตลอดระยะเวลากว่า4 ปี ซึ่งก็เชื่อมั่นว่า แอปฯ อสม.ออนไลน์ พร้อมการทํางานผ่าน Feature ใหม่สำหรับการเฝ้าระวังไวรัสโควิด-19 จะเป็นเสมือนการติดอาวุธดิจิทัลให้กับเจ้าหน้าที่นักรบเสื้อเทาให้สามารถทํางานได้ อย่างสะดวก คล่องแคล่ว และมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นกําลังสําคัญในการนําพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ด้วยดี

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม