สธ.ปล่อยขบวน "ทีมช่วยเหลือทางจิตใจ” ผู้ประสบวิกฤตโควิด 17 ส.ค.นี้

Thu, 2020-08-06 15:26 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

“สาธิต” ชี้ผลกระทบโควิด-19 ส่งผลความเครียดมากขึ้น เตรียมจัดงานคิกออฟ ปล่อยขบวนทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบวิกฤต หรือทีม MCATT ทั่วประเทศ 17 ส.ค.

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดการประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 19 ประจำปี 2563 "สุขภาพจิต โควิด-19" ว่า ปัญหาสุขภาพจิตกับโรคโควิด-19 นั้น ช่วงแรกของการระบาดจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเครียดสูง แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง กลายเป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น ซึ่งจริงๆ กรมสุขภาพจิตมีการประเมินสุขภาพจิตประชาชนมาตลอด อย่างก่อนหน้านี้กรณีทหารอียิปต์ จ.ระยอง ที่ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก กรมสุขภาพจิตก็ส่งทีมและรถประเมิน โดยตรวจประมาณ 700 คน พบเครียดมาก 50 กว่าคน เรียกว่ากรมสุขภาพจิตมีการเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว

นายสาธิต กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม วันที่ 17 ส.ค. 2563 ที่ จ.ระยอง จะมีการจัดงานคิกออฟ ปล่อยขบวนทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) หรือเอ็มแคท ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อประเมิน คัดกรองสุขภาพจิตประชาชน ว่ามีความเครียดมากน้อยแค่ไหน ซึมเศร้าหรือไม่ ไปถึงขั้นหมดไฟ ฆ่าตัวตายหรือไม่ ถ้ามีอาการเข้าข่าย ก็จะนำเข้าสู่การรักษาต่อไป สำหรับการจัดกลุ่มเสี่ยงขึ้นกับแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งรู้ข้อมูลในพื้นที่ว่าใครเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่หลักๆ จะเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่โรคระบาด อย่าง จ.ระยอง เช่น คนมาเดินห้างแหลมทอง ที่มีทหารอียิปต์ติดเชื้อเคยไปเดิน กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากๆ ทางเศรษฐกิจ ร้านอาหาร คนตกงาน เป็นต้น

นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในการประเมินสุขภาพจิต ช่วงที่มีการระบาดมากจะสรุปข้อมูลทุกสัปดาห์ แต่ช่วงที่สถานการณ์ลดลงไปจะสรุปทุกสองสัปดาห์ แต่หากมีเหตุการณ์ที่ตระหนกมากเป็นพิเศษ เช่น กรณีระยอง จะมีหน่วยบริการเข้าพื้นที่โดยตรงไปประเมินในพื้นที่แถบนั้น อย่างการลงไปตั้งจุดประเมินสุขภาพจิตที่ห้างแหลมทอง โดยกลุ่มคนเสี่ยง คือ คนตกงาน มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ โรคประจำตัวเดิม ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งจากการให้บริการพบว่า ประมาณ 10% ที่ประชาชนทั่วไปจะมีความเครียดมากขึ้น มีผู้มีปัญหาสุขภาพจิตมารับบริการโดยตรงเกือบ 50% พบเข้าข่ายแนวโน้มฆ่าตัวตาย 4 คน ถือว่าสูงมาก

Add new comment