จัดศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อรองรับกลุ่ม “หมอพร้อม” ตกหล่นพื้นที่ กทม. คาดไม่ถึงพันคน

Tue, 2021-06-15 11:24 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กรมการแพทย์ จัดศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อรองรับกลุ่ม “หมอพร้อม” ตกหล่นพื้นที่กทม. เริ่มฉีด 16 มิ.ย. คาดตัวเลขหลักร้อย ไม่เกินพันคน แต่ศักยภาพฉีดได้ 2 พันคน ด้านกรมควบคุมโรคจัดส่งวัคซีนเพิ่มตามแผนพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) บางแห่งอาจไม่ต้องเลื่อน ขอให้ “ 2 กลุ่มเป้าหมาย” หลักมิ.ย.-ก.ค. เช็กวันเวลาอีกครั้งกับทางรพ. หากถูกเลื่อนออกไปและอยากฉีดเร็วติดต่อเบอร์ 0-2792-2333

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่กรมการแพทย์ นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แถลงข่าวความคืบหน้าการช่วยเหลือกลุ่มตกหล่น “หมอพร้อม” พื้นที่กทม. เฉพาะเดือน มิ.ย.2564 ว่า สืบเนื่องจากได้รับนโยบายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการช่วยเหลือฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ 2 กลุ่มหลัก คือผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปกับกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังที่จองผ่านระบบมาพร้อมที่มีปัญหาไม่ได้รับวัคซีนตามนัด ซึ่ง 2 กลุ่มนี้ต้องได้รับวัคซีนก่อน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เมื่อป่วยแล้วมีโอกาสเข้าห้องไอซียูและเสี่ยงเสียชีวิต

(ข่าวเพิ่มเติม : กรมการแพทย์เตรียมระบบรับกลุ่ม “หมอพร้อม” คนกทม. หากถูกเท!)

นพ.โสภณ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของการฉีดวัคซีนมี 3 ข้อ คือ 1. ลดการเจ็บป่วย เสียชีวิต กลุ่มเป้าหมายคือ 7 คุมโรคเรื้อรัง และอายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะถ้าป่วยแล้วมีโอกาสป่วยหนักเข้าห้องไอซียูและเสียชีวิต ดังนั้นจึงเป็น 2 กลุ่มที่ควรได้รับวัคซีนเป็นลำดับแรก 2.เพื่อให้ระบบสาธารณสุขเดินหน้าต่อไปได้ จึงฉีดกลุ่มบุคลากร ซึ่งการฉีดในกลุ่มแรกก็จะทำให้ผู้ป่วยลดลงและทำให้ระบบสาธารณสุขเดินหน้า และ 3. ขับเคลื่อนโดยเมื่อเศรษฐกิจ ควบคุมป้องกันโรค เช่นที่เราดำเนินการที่ภูเก็ตและสมุยหรือพื้นที่เกิดการระบาดหนักๆ เช่น กรุงเทพฯ ปริมณฑล ก็รวมอยู่ในข้อ 3 นี้

ดังนั้น จึงมีนโยบายออกมาตั้งแต่แรกแล้วให้ฉีดวัคซีนกับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในช่วงแรกก่อน ต่อจากนั้นจึงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่ม เห็นได้จากข้อมูลจำนวนการได้รับวัคซีนโควิดในประเทศไทย แยกตามกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-13 มิถุนายน 2564 พบว่า บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้วคิดเป็นร้อยละ 100.9 ส่วนเข็มที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 86.5 ขณะที่เจ้าหน้าที่ด่านหน้าเข็มแรกร้อยละ 25.7 เข็มที่ 2 ร้อยละ 12.7 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) เข็มที่ 1 ร้อยละ 22.5 เข็มที่ 2 ร้อยละ 10.4

ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เข็มแรกร้อยละ 7.5 เข็มที่ 2 ร้อยละ 1.5% ประชาชนทั่วไปเข็มแรกร้อยละ 6.8 เข็มที่ 2 ร้อยละ 2 ส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีเข็มแรกร้อยละ 6 และเข็มที่ 2 ร้อยละ 0.3 ทั้งนี้จะเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายยังได้รับสิทธิน้อย ซึ่งตามเป้าหมายกระทรวงสาธารณสุขตั้งใจให้ 2 กลุ่มนี้ควรได้วัคซีนก่อนในช่วงเดือน มิ.ย. -ก.ค. เพื่อลดการสูญเสีย จากการเจ็บป่วยและระบบสาธารณสุข และบุคลากรจะได้ไปดูแลโรคอื่นต่อได้ด้วย ไม่โหลดงานมากเกินไปจึงให้มีการจองในระบบหมอพร้อม อย่างไรก็ตาม 2 กลุ่มนี้ ควรจะได้ฉีดวัคซีนตามที่เขาจองภายใน 2 เดือนนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกระทรวงต้องเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนและขอทำความเข้าใจกับจังหวัดต่างๆ ให้ฉีดวัคซีน 2 กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มแรก โดยเฉพาะจองมาแล้วผ่านหมอพร้อม จึงมั่นใจว่าจังหวัดต่างๆ จะดำเนินการได้

“ส่วนในกทม. ครั้งนี้เป็นการเยียวยากลุ่มหมอพร้อมที่กทม. เรามีปัญหา แต่อยากให้ไปติดต่อกับรพ.ที่จองไว้ก่อนหากมีปัญหาจริงๆ กระทรวงสาธารณสุขจะเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือเราไม่ได้ไปแย่งงานของ กทม. ทำเพราะเขาก็มีบทบาทหน้าที่ของเขา แต่เราคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการฉีดวัคซีนเรา ต้องการดูแล 2 กลุ่มนี้ให้ได้ตามเป้าหมายจริงๆ ขอย้ำว่า เราไม่ได้มาทำแทน แต่เรามาช่วยสนับสนุน"นพ.โสภณ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงตัวเลขการจองหมอพร้อมในพื้นที่ กทม. นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับตัวเลขการจองหมอพร้อมในพื้นที่กทม. วันที่ 7-13 มิ.ย. มี 178,556 คน วันที่ 14-20 มิ.ย. 133,637 คน วันที่ 21-30 มิ.ย. มี 144,221 คน รวมแล้ว 456,414 คน ส่วนผลงานที่กทม.ฉีดในผู้สูงอายุเข็มที่ 1 ฉีดไปแล้วจำนวน 161,449 คน เข็มที่ 2 ฉีดไปแล้วจำนวน 11,063 คน ส่วนผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเข็มที่ 1 ฉีดไปแล้ว 120,151 คน ส่วนเข็มที่ 2 ฉีดไปแล้ว 16,822 คน ทั้งหมดเป็นตัวเลขจองหมอพร้อม ซึ่งตัวเลขนี้ไม่น่ามีปัญหา

“ ส่วนสธ.จะรองรับได้เท่าไหร่ ขณะนี้ยังไม่ทราบ ขอให้ไปที่ รพ.ก่อน หากมีปัญหาให้ติดต่อตามช่องทางโอเปอเรเตอร์ 0-2792-2333 ซึ่งเมื่อวานมีคนโทรมาระบาย จนโอเปอรเตอร์ ซึ่งเป็นนักศึกษาพยาบาลมาช่วยรับสายของหมอพร้อมต้องร้องไห้ แต่เราเข้าใจเพราะเรามาช่วย ไม่ได้มาแทน” นพ.โสภณ กล่าว

ด้านนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า วัคซีนที่นำมาฉีดให้กับ 2 กลุ่มนี้ เป็นวัคซีนที่สำรวจการฉีดเข็ม 1 ที่สถานีกลางบางซื่อไว้อยู่แล้ว แต่ประชาชนไม่มาฉีดเนื่องจากเข้าใจว่ามีการลงทะเบียนฉีดในหลายกลุ่ม หรืออาจได้รับวัคซีนแล้ว โดยกลุ่มนี้มากถึงร้อยละ 10 ดังนั้นวัคซีนส่วนนี้จึงนำมาใช้ได้ ไม่ใช่วัคซีนใหม่ หรือเอามาจากพื้นที่อื่น แต่เป็นวัคซีนเดิมของสถานี ที่ได้รับการจัดสรรตามแผนแต่ต้น โดยพร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 16 มิ.ย. สามารถเปิดให้บริการฉีดวัคซีนกับผู้ที่ถูกเลื่อนได้ทันที เบื้องต้นตั้งเป้าไว้รองรับ 2,000 คน ต่อวัน เฉลี่ย 200 คนต่อชม. แต่คิดว่า น่าจะมาหลักร้อยคน หรือไม่เกินพันคน

“สำหรับคนที่ไม่มีการเลื่อนนัดจากรพ.ที่ลงทะเบียนแล้วให้ไปตามเดิม แต่หากมีการเลื่อน แต่ขอให้โทรไปเช็กอีกรอบว่า รพ.เลื่อนกลับมาแล้วหรือยัง หากสมัครใจไปรพ.ตามเดิมย่อมได้ เพียงแต่ศูนย์วัคซีนบางซื่อเราเป็นตัวเลือกให้เท่านั้น ทั้งนี้ บางรายถูกเลื่อนไปเดือน ก.ค. ไม่อยากรอ ก็สามารถฉีดที่บางซื่อได้ โดยสามารถโทรไปที่เบอร์กลางหมอพร้อม โทร. 0-2792-2333  มีเกือบ 200 คู่สายจะแนะนำท่าน และจะนัดผ่าน SMS ให้” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในวันที่ 16 มิ.ย. จะมีวัคซีนโควิดทยอยเข้ามาเติมในระบบ และเมื่อผ่านการตรวจรับรองรุ่นการผลิตเช้าส่งบ่ายทันที มาบ่ายก็ส่งเช้า เชื่อว่า จะไม่ส่งผลกระทบในการเลื่อนบริการฉีดในสถานพยาบาล และ หากทางโรงพยาบาลมีการปรับเวลาฉีดเร็วตามปกติ ก็ไม่กระทบต่อแผนการฉีดในสัปดาห์ถัดไป และไม่ต้องมายังสถานีกลางบางซื่อ อย่างไรก็ตาม ยอดวัคซีนยังคงเป็นไปตามแผนกำหนดการเดิม คือ มีวัคซีนเข้ามารวม 6.5 ล้านโดสในเดือน มิ.ย. นี้ เป็นไปตามที่ ศบค.กำหนด

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม