กรมอนามัย เปิดศูนย์ปรึกษา "ตั้งครรภ์ไม่พร้อม" มุ่งหน้าคุ้มครองสิทธิหญิงไทย

Sat, 2021-07-10 18:23 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

วิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นเหตุให้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพ โดยเฉพาะด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ในเพศหญิง เกิดปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว กรมอนามัยเผย เฉพาะเดือน พ.ค. 64 ทะลุถึง 4,461 คน เร่งเดินหน้าคุ้มครองสิทธิ เข้ารับบริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างเท่าเทียม

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมให้ประชาชนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างเท่าเทียม โดยได้รับบริการคุมกำเนิดที่มีคุณภาพ มีการวางแผนก่อนมีบุตร สามารถลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย เพื่อเด็กไทยยุคใหม่เติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี

“ในช่วง 2 ปีที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งคนไทยยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ทุกคน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ มีกลุ่มผู้หญิงโทรมาขอรับบริการปรึกษาปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เฉพาะเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีจำนวนมากถึง 4,461 คน หรือเฉลี่ย 149 คนต่อวัน โดยหลังจากได้รับคำปรึกษาทางเลือกพบว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมมีความประสงค์ยุติการตั้งครรภ์เนื่องมาจากปัจจัยทั้งสุขภาพตนเอง ครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคม มากถึงร้อยละ 70-90 ดังนั้น วัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 20 ปีทุกสิทธิ และผู้หญิงที่อายุ 20 ปีขึ้นไปทุกสิทธิ ในกรณีที่ยุติการตั้งครรภ์ จะสามารถเข้าถึงบริการคุมกำเนิดกึ่งถาวรด้วยการใส่ห่วงอนามัยและฝังยาคุมกำเนิดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงเข้าถึงบริการ  ยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย หากไปรับบริการกับหน่วยบริการเครือข่ายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)” นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

วันที่ 11 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันประชากรโลก โดยปีนี้ได้รณรงค์ภายใต้แนวคิดเรื่องสิทธิและทางเลือกคือคำตอบ “ไม่ว่าจะเป็นคนยุคเบบี้บูม หรือ Gen X วิธีการจัดการอัตราการเจริญพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อยู่ที่การให้ความสำคัญกับอนามัยการเจริญพันธุ์และสิทธิของทุกคน”

ซึ่งที่ผ่านมากรมอนามัยให้ความสำคัญกับงานด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และการคุ้มครองสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560–2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ  เพื่อช่วยเหลือในการมีบุตร ส่งเสริมให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ได้รับการดูแลหลังคลอดที่ดี เด็กได้รับการเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย พร้อมที่จะเรียนรู้ในช่วงวัยต่อไปอย่างมั่นคง

ส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ตามสิทธิ จัดให้มีบริการตรวจคัดกรองสุขภาพก่อนมีบุตร การฝากครรภ์คุณภาพและการดูแลหลังคลอด สิทธิการลาคลอดและการเลี้ยงดูบุตร สิทธิการลาของบิดาเพื่อการเลี้ยงดูบุตรเงินสงเคราะห์ เงินอุดหนุนการเลี้ยงดูบุตร การเข้าถึงบริการรักษาภาวะมีบุตรยาก มาตรการลดหย่อนภาษีคลอด ฝากครรภ์ เลี้ยงดูบุตร ส่งเสริมให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยคุณภาพแบบไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้ง การจัดบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน (Youth Friendly Health Services : YFHS)

โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายในการให้บริการปรึกษาปัญหาท้องไม่พร้อม ให้ได้รับบริการทางเลือกตั้งครรภ์ต่อ หรือบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ผ่าน สายด่วนปรึกษาปัญหาเอดส์และท้องไม่พร้อม โทร 1663

 

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม