อย. ขอความร่วมมือ ผู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ทำจาก พืชกระท่อม ยื่นขอใบอนุญาตก่อนนำขาย

Thu, 2021-09-02 15:47 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

 

รองเลขาธิการ อย. แนะ ผู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีส่วนประกอบของ พืชกระท่อม ต้องใบขออนุญาตก่อนนำขาย เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ซื้อ พร้อมมีหน่วยงานให้คำชี้แนะ

นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เผยว่า จากที่ได้มีการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกพืชกระท่อม ครอบครอง และสามารถซื้อ ขาย หรือนำมาบริโภคได้ ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้กระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยินดีสนับสนุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ

กรณีที่มีการนำพืชกระท่อมมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่อยู่ในการกำกับดูแลของ อย. เช่น ยา อาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขอให้ผู้ประกอบการมาขออนุญาตกับ อย. ก่อนการนำออกจำหน่าย ทาง อย. มีหน่วยงานที่สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และรายละเอียดในการขออนุญาตได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นการยืนยันในเรื่องประสิทธิภาพและคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน รวมทั้งปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ พืชกระท่อมเป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากมีสรรพคุณทางยา มีสารสำคัญที่เรียกว่า ไมทราไจนีน (Mitragynine) เป็นสารในกลุ่มอัลคาลอยด์ ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง เชื่อว่าสามารถลดอาการปวด ทำให้รู้สึกชา กดความรู้สึกเมื่อยล้าขณะทำงานช่วยให้กระปรี้กระเปร่า  อย่างไรก็ตาม การนำพืชกระท่อมมาบริโภคโดยตรงควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์การใช้ในชุมชน เช่น หมอพื้นบ้าน หรือบุคลากรทางสาธารณสุข เนื่องจากการรับประทานอย่างไม่เหมาะสม อาจจะทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม