ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม "เซ็กซ์ อิท อัพ" อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงและรหัส อย. เป็นเลขปลอม

Fri, 2021-09-03 14:17 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

พบการโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เซ็กซ์ อิท อัพ (Sex it up) ทางเฟซบุ๊ก “เซ็กซ์ อิท อัพ อาหารเสริมบำรุงสมรรถภาพทางเพศสำหรับท่านชาย” มีข้อความสื่อไปทางโฆษณาชวนเชื่ออวดอ้างสรรพคุณในทำนองช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ แข็งตัวได้อย่างแข็งแรง เพิ่มปริมาณอสุจิ ถึงจุดสุดยอดได้อย่างยอดเยี่ยมและมีการระบุเลข อย. 12-1-09448-1-8889

ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากเป็นการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตและมีการใช้ข้อความโฆษณาแสดงคุณประโยชน์หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ ซึ่ง อย. ได้มีหนังสือสั่งระงับการโฆษณาและดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว นอกจากนี้ จากการตรวจสอบการอนุญาตพบว่า เลข อย. ที่ปรากฏในโฆษณาพบเป็นเลขปลอม ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงจัดเป็นอาหารปลอมที่อาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค เนื่องจากไม่ทราบว่าผู้ผลิตคือใครและผลิตได้อย่างมีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ 
ข้อเสนอแนะ

อย. ขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อว่าผลิตภัณฑ์อาหารใด ๆ จะสามารถช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ ก่อนซื้อขอให้หยุดคิดก่อนว่า อย. ไม่รับรองสรรพคุณในทางบำบัด รักษาโรค หรือเสริมสมรรถภาพทางเพศในผลิตภัณฑ์อาหาร หากผู้บริโภคมีอาการเจ็บป่วยหรือผิดปกติในร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง อย่าไปเสี่ยงกับผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ ก่อนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบสถานะเลข อย. ผ่าน 4 ช่องทาง คือ Line : FDAthai, ORYOR Smart Application, เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th และ เว็บไซต์ www.oryor.com  และควรพิจารณาให้ละเอียดด้วยว่าชื่อผลิตภัณฑ์ในฐานข้อมูลตรงกันกับผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบ เพื่อความมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอนุญาตจาก อย. แล้ว

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม