แลหน้า

  • Hfocus— แม้จะกล่าวได้ว่า ระบบสุขภาพของไทยกำลังก่อร่างสร้างความเท่าเทียมให้ระหว่างหน่วยชนชั้นทางสังคม แต่ความเหลื่อมล้ำนั้นยังมีช่องว่างถ่างกว้าง การเข้าถึงสิทธิยังไม่ครอบคลุม ส่วนหนึ่งนั่นอาจเป็นเพราะว่า ผู้บริหารระบบกำลังเพ่งเล็งความสนใจไปยังการพัฒนาสิทธิประโยชน์ แต่การสื่อสารข้อมูลสู่สังคมและผู้ได้รับสิทธิยังไม่ประสบผล  
    2013-08-11 11:11
  • “ขณะนี้การผลิตวัคซีนจากต้นน้ำของประเทศไทยเหลือแค่เพียง 2 ตัวเท่านั้น ซึ่งมันสะท้อนอะไรได้หลายๆอย่าง จริงๆแล้วหลายฝ่ายทั้งนักวิชาการ คนทำงานก็ยืนยันว่า ยังไงคนไทยก็ต้องพึ่งตนเองให้ได้ต่างประเทศเองก็ชื่นชมว่าคนไทยมีโมเดลที่ดี ซึ่งเราต้องคิดระยะยาว อย่างหวังแต่เรื่องกำไร ต้องเข้าใจว่าธุรกิจวัคซีน85%เป็นต้นทุนคงที่ จะผลิตมากผลิตน้อยก็มีต้นทุนดังกล่าว ดังนั้นการมองตลาดไปถึงประชาคมอาเซียนจึงสำคัญ เพราะยิ่งผลิตมากต้นทุนต่อหน่วยจะลดลง ความร่วมมือกับอาเซียนอาจรวมถึงการต่อรองซื้อวัคซีนร่วมกัน หากสำเร็จเราก็จะซื้อได้ในราคาที่ถูกลง” 
    2013-08-08 17:12
  • Hfocus -สโลแกน “ยืดอกพกถุง” เริ่มติดหูสังคมไทยเมื่อประมาณปี 2550 ด้วยความพยายามของกระทรวงสธ.ที่ต้องการสร้างค่านิยมให้คนไทยใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และป้องกันการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมในกลุ่มวัยรุ่น อย่างไรก็ดีแม้สถานการณ์การใช้ถุงยางอนามัยในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น ทว่าข้อเท็จจริงของการรณรงค์มิได้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ หนึ่งในตัวชี้วัดที่จับต้องได้คือจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังปรากฎในแต่ละปี จากสถิติของกรมควบคุมโรค พบว่าในปี 2555 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่มากกว่า 9,000 คน
    2013-08-01 11:47
  • Hfocus -สธ.หากจะปรับบทบาทเป็นผู้กำกับดูแลนโยบายด้านสุขภาพ สมควรแล้วหรือที่จะยังทำหน้าที่ดูแลรพ.สังกัดอีก ซึ่งจะเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อน ในแง่ของทั้งเป็นผู้กำหนดนโยบาย และผู้ปฏิบัติตามนโยบายในฐานะที่ดูแลรพ.ทั่วประเทศไปพร้อมๆกันด้วยหรือไม่ สิ่งสำคัญ ต้องมีความชัดเจนในแง่การเป็นผู้กำหนดนโยบายที่ไม่ใช่ผู้ใช้นโยบายด้วย นั่นเพราะปัจจุบันกระทรวงฯยังเป็นเจ้าของรพ.ต่างๆ หากจะเป็นทั้งผู้กำหนดและผู้ปฏิบัติอาจไม่เหมาะสม ควรต้องถ่วงดุล โดยต้องแยกกันให้ชัดเจน ต้องมีการกระจายอำนาจ ให้รพ.ออกนอกระบบเป็นองค์การมหาชน เช่น รพ.บ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) 
    2013-07-23 10:52
  • “ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นเพราะระบบประกันสุขภาพของไทยเกิดมาทีละชิ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เริ่มจากสวัสดิการข้าราชการ เป็นกลุ่มแรก ต่อมาคือประกันสังคม และต่อมาคือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งก็ทำให้ประเทศไทยมีระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่มแต่เกิดขึ้นเป็นหย่อม ๆ...การลดความเหลื่อมล้ำจึงต้องมีระบบประกันสุขภาพระบบเดียว โดยอาจไม่ต้องรวม 3 กองทุนแต่อยู่ภายใต้ระบบเดียว ต้องมีชุดสิทธิประโยชน์มาตรฐานชุดเดียว”
    2013-07-13 14:21
  • “มีมายาคติหรือตรรกะที่ผิดพลาดในวงการสุขภาพตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันคือความเชื่อที่ว่าต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจนนำไปสู่การกำหนดเป้าหมายและนโยบายที่สร้างปัญหามาแล้วหลายครั้ง”
    2013-07-13 14:06

Pages