บุหรี่นอกฟ้องไทยหวั่นยอดตก

Fri, 2013-07-26 07:51 -- hfocus
Print this pagePrint this page

น.พ.ประกิต วาทีสาธกกิจ

 

น.พ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยถึงกรณีบริษัทบุหรี่ฟ้องร้องกระทรวงสาธารณสุขต่อศาลปกครอง กรณีออกประกาศให้เพิ่มขนาดคำเตือนบนซองบุหรี่จาก 55% เป็น 85% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 2 ต.ค.นี้ ว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการข่มขู่เพื่อยืดการบังคับใช้กฎหมายออกไป โดยก่อนหน้านี้ ประเทศอุรุกวัย กำหนดให้คำเตือนมีขนาด 80% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2553 ประเทศศรีลังกากำหนดให้คำเตือนมีขนาด 80% เช่นกัน แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้เพราะบริษัทบุหรี่ไปฟ้องศาลแต่แพ้ความในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างศาลฎีกาตัดสิน ในขณะที่ออสเตรเลีย มีคำเตือนบนซองบุหรี่ใหญ่ที่สุดในโลกเฉลี่ย 85% คือ ด้านหน้า 75% และด้านหลัง 100% บริษัทบุหรี่เคยฟ้องรัฐบาลออสเตรเลีย ศาลยังตัดสินว่ามาตรการเรื่องนี้ของรัฐไม่ได้ละเมิดเครื่องหมายการค้า ดังนั้นคิดว่ากรณีของประเทศไทยไม่น่าจะแตกต่างจากที่อื่น

เนื่องจากในประเทศไทยโรงงานยาสูบกระทรวงการคลัง มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 และบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 ในประทศไทย และมีส่วนแบ่งตลาดบุหรี่โลกเท่ากับ 16.3% และมีผลประกอบการ ปี 2555 ของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ว่ามีกำไรสุทธิเท่ากับ 426,000 ล้านบาท รายงานจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อเดือนมิถุนายนนี้ ที่สิงคโปร์ วิเคราะห์ว่าผลกำไรของบริษัทจะดีขึ้นจากการเติบโตของตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย โดยวิเคราะห์ว่าตลาดเอเชียมีอนาคตสดใส จากการที่เศรษฐกิจในภูมิภาคดีขึ้น มีจีดีพีสูงที่สุดในโลก มีโครงสร้างประชากรที่เอื้อ มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น มีการขยายตัวของตลาดบุหรี่ส่วนบน แนวโน้มยอดขายของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง และได้กำหนดแผนการตลาดว่าจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งมาตรการควบคุมและนโยบายภาษีที่สมเหตุสมผลที่บริษัทยอมรับได้ คัดค้านกฎหมายซองบุหรี่แบบเรียบ และภาพคำเตือนขนาดใหญ่ ซึ่งคงจะเป็นเหตุที่บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ต้องฟ้องศาลปกครองเพื่อให้ล้มกฎหมายขยายภาพคำเตือนของไทย เพราะรู้ดีว่าภาพคำเตือนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลงในระยะยาว โดยเฉพาะวัยรุ่นไทยจะเข้ามาติดบุหรี่น้อยลง อีกทั้งหากล้มกฎหมายไทยได้ จะเป็นการข่มขู่ไม่ให้ประเทศอื่นๆ ออกกฎหมายเพิ่มขนาดคำเตือนอย่างประเทศไทย

ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง  วันที่ 26 กรกฎาคม 2556