เพชฌฆาตเงียบ “ความดันโลหิตสูง” ภัยใกล้ตัวคร่าชีวิตก่อนวัยอันควร

กรมการแพทย์เผย 1 ใน 3 คน  มีภาวะความดันโลหิตสูง  ระบุภัยร้ายความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  พร้อมแนะลดหวาน มัน เค็ม  ป้องกันโรคไต โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์และอัมพาต

นายแพทย์สุพรรณ  ศรีธรรมมา  อธิบดีกรมการแพทย์  เปิดเผยว่า  โรคความดันโลหิตสูงคือภาวะที่มีระดับความดันโลหิตสูงเรื้อรัง  ซึ่งค่าความดันปกติในปัจจุบันถือเอาค่าตัวบน ไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่างไม่เกิน 90 มิลลิเมตรปรอท   และมีคนจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้  เนื่องจากไม่ปรากฏอาการในช่วงแรก  เมื่อปล่อยนานไปโดยไม่รับการรักษาแรงดันในหลอดเลือดที่สูง  จะไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญหลายระบบในร่างกายเป็นเหตุให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไต เรียกว่าเพชฌฒาตเงียบ  ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงเป็น  1  ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  จากสถิติขององค์การอนามัยโลก รายงานว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน  โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก  1 ใน 3 คน  มีภาวะความดันโลหิตสูง และได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2568 จะมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั่วโลกสูงถึง  1.56  พันล้านคน  และข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์  สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข  พบว่า  ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เปรียบเทียบระหว่าง ปี พ.ศ. 2544  พบผู้ป่วย จำนวน 156,442  ราย และ ปี 2555 พบผู้ป่วย 1,009,385 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นสูงถึง  5  เท่า   

จากความรุนแรงดังกล่าว  สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก จึงได้กำหนดให้วันที่  17  พฤษภาคม  ของทุกปีเป็นวันความดันโลหิตสูงโลก โดยได้กำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า "Know Your Blood Pressure" และคำขวัญของกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย  คือ  ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่  เพื่อให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ  โดยมุ่งเน้นการป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไตที่มีสาเหตุมาจากโรคความดันโลหิตสูง 

ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง  ได้แก่  พฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคอาหารเค็ม  รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ  ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย   ดื่มแอลกอฮอล์มาก  สูบบุหรี่และมีภาวะเครียด  รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้  ดังนั้น วิธีการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันโรคความดันโลหิตสูง  คือ  ลดการบริโภคเกลือหรืออาหารที่มีรสเค็ม  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ    เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ที่หวานน้อยรวมถึงบริโภคธัญพืชแทนของว่าง  ขนมกรุบรอบ  ลดการรับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการ  อาหารหมักดอง  อาหารสำเร็จรูป  ลดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง  ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  และงดการสูบบุหรี่   ที่สำคัญผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์  ตลอดจนวัดความดันโลหิตเป็นประจำพร้อมจดบันทึกค่าความดันโลหิตในช่วงของการกินยา  เพื่อประสิทธิภาพในการรักษา  และป้องกันโรคหัวใจโรคอัมพฤกษ์และอัมพาตที่อาจเกิดขึ้นได้

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน