'สุกรี'ชี้หมอรัชตะขาดคุณสมบัติพนง.มหิดล ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง

Mon, 2014-09-15 20:04 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ไทยโพสต์ -"อาจารย์สุกรี" ชี้ หมอรัชตะขาดคุณสมบัติเป็นอธิการบดี ม.มหิดล และเตรียมเสนอให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณา เนื่องจากขัดระเบียบการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง อีกทั้งยังไม่สามารถทำงานได้เต็มเวลา ไม่เชื่อจะหาคนที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งไม่ได้ ยันการแสดงความคัดค้านเป็นเสรีภาพทางวิชาการ และรักษาผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย

กรณีที่ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน นั่งควบในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นสาเหตุให้ประชาคมใน ม.มหิดล บางส่วนได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้ นพ.รัชตะลาออกจากการเป็นอธิการบดี แต่ล่าสุด นพ.รัชตะออกมาแถลงว่า อีก 2-3 สัปดาห์จะไปทำความเข้าใจกับสมาชิกในประชาคมมหิดล เพื่อหาทาง ออกในกรณีควบตำแหน่ง และยืนยันจะทำงานทั้งสองตำแหน่งอย่างเต็มความสามารถ ไม่มีผล กระทบต่องานทั้งสองแห่งแน่นอน

รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีคณะดุริยางค ศิลป์ ม.มหิดล แกนนำที่ออกมาเรียกร้องให้ นพ.รัชตะลาออก และเปิดทางให้มีการสรรหาอธิการบดี ม.มหิดลคนใหม่ กล่าวว่า การออกมากล่าวของ นพ.รัชตะดังกล่าว แสดงว่าไม่ต้องการลาออก และการจะมาชี้แจงทำความเข้า ใจกับประชาคมในมหาวิทยาลัยนั้น หมายถึงต้องการความชอบธรรมในการนั่งควบตำแหน่งอธิการบดีและ รมว.สธ.

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสภามหาวิทยา ลัยมหิดล ในวันที่ 17 กันยายนที่จะถึงนี้ ตนในฐานะเป็นหนึ่งในกรรมการสภามหาวิทยาลัย ที่มี 30 คน แต่ปัจจุบันเหลือ 28 คน เพราะมีกรรมการ 2 ท่านที่ลาออกไป คือ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี และนายกฤษณพงศ์ กีรติกร ลาออกไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะตั้งกระทู้ถามเรื่องการขาดคุณสมบัติเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดลของ นพ.รัชตะ เพราะใน พ.ร.บ.ระเบียบพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุไว้ว่า คนเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยจะต้องห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเด็ดขาด และเป็นข้าราชการการเมืองไม่ได้ ถ้าหากมีการกระทำดังกล่าวถือว่าขาดคุณสมบัติในการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และกรณี นพ.รัชตะ ก็น่าจะขาดคุณสมบัติในการเป็นอธิการบดี

"นอกจากนี้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดียังต้องทำงานเต็มเวลาด้วย สิ่งเหล่านี้คนทั่วไปน่าจะมองเห็นสิ เป็นสามัญสำนึก ไม่น่าต้องเอากฎหมายมาพูด และว่าการที่ท่านเป็นทั้ง รมว.สธ.และอธิการ บดี ม.มหิดล จะทำให้ท่านทำงาน Full Time ทั้งสองแห่งได้อย่างไร ผมคิดว่าทางกระทรวงสาธารณสุขเอง เขาก็คงอยากได้รัฐมนตรีทำงานเต็มเวลามาก กว่าแบ่งเวลาให้กับงานแห่งอื่น"

รศ.ดร.สุกรีชี้อีกว่า ในแง่มุมของการมีประโยชน์ทับซ้อน ก็ทำให้ นพ.รัชตะอาจต้องลำบากใจ เพราะในความเป็น รมว.สธ. อาจต้องพาดพิงมาพิจารณางบประมาณของ ม.มหิดลด้วย ก็อาจจะทำคนเคลือบแคลงใจในความได้เปรียบ-เสียเปรียบ อีกทั้งตนไม่เชื่อว่าจะไม่มีนักวิชาการคนอื่นไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นอธิการบดี ม.มหิดลได้

"ในประเทศไทยคงไม่สิ้นไร้ไม้ตอก หาคนมาเป็นอธิการไม่ได้ ผมเชื่อว่าหมอ รพ.ศิริราช และ รพ.รามาธิบดี ยังมีหมอเก่งๆ รวมกัน 2 ทั้งโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 200 คน และจะไม่มีสักคนหรือที่จะมีความสามารถมาเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล"

คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ตนออกมาเรียกร้องครั้งนี้ ก็เพราะเชื่อในปรัชญาความเป็นมหาวิทยาลัย ว่าต้องมีเสรีภาพในความคิดและทางวิชาการ และเคารพในความเป็นมหาวิทยาลัย ที่ถือว่าเป็นพื้นที่ความเป็นอนาคตของประเทศชาติ ดังนั้น เราจึงควรต้องรักษาผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 15 กันยายน 2557