ดึง ‘รพ.สต.-สสอ.’ ขับเคลื่อนปฏิรูประบบสุขภาพ ‘ลดป่วย-ลดโรค’

Fri, 2014-10-24 14:40 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.ดึงรพ.สต. สาธารณสุขอำเภอ ขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูประบบสุขภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพให้สุขภาพดี ระดมพลังทุกภาคส่วนในอำเภอและในชุมชนร่วมแก้ไขปัญหาสุขภาพในพื้นที่ ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย รวมทั้งพัฒนาระบบการส่งต่อเชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลเล็ก โรงพยาบาลใหญ่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ

วันนี้ (24 ตุลาคม 2557) ที่โรงแรมมารวย การ์เด้น กทม. นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการผู้แทนสาธารณสุขอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และนักวิชาการสาธารณสุข จากทุกจังหวัดประมาณ 200 คน เพื่อพัฒนาเครือข่ายสุขภาพอำเภอ (District Health System : DHS) ในการขับเคลื่อนงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันและลดปัญหาการเจ็บป่วยของประชาชน 

นายแพทย์ณรงค์กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายในการปฏิรูประบบสุขภาพ พัฒนาระบบบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีเป้าหมายสูงสุดคือประชาชนสุขภาพดี สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ โดยใช้รูปแบบเขตสุขภาพในการจัดระบบบริการ แบ่งเป็น 12 เขต และเขตกทม. เพื่อกระจายอำนาจในการบริหารจัดการ ทั้งเรื่องบุคลากร งบประมาณ ไปที่เขต มีหลักการสำคัญ 2 ประการ คือ การบริหารจัดการทรัพยากรสุขภาพร่วมภายในเขตสุขภาพ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ และการจัดบริการร่วมกันระหว่างสถานบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และสังกัดอื่นๆ ในพื้นที่ เช่นมหาวิทยาลัย กองทัพ เป็นต้น

นายแพทย์ณรงค์กล่าวต่อว่า ในการขับเคลื่อนเขตสุขภาพ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน จะมีการขับเคลื่อน 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1.การจัดระบบบริการตามแผนการจัดบริการ 10 สาขา อาทิ หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง อุบัติเหตุ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นต้น ให้มีระบบการค้นหา ติดตาม ส่งต่อและดูแลผู้ป่วย เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับหมู่บ้านคือรพ.สต. ไปจนถึงโรงพยาบาลใหญ่หรือระดับเชี่ยวชาญภายในเขตสุขภาพ 2.ทศวรรษการพัฒนารพ.สต. ซึ่งเป็นหน่วยบริการสุขภาพที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด ทั่วประเทศมี 10,198 แห่ง สอดคล้องกับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการสร้างความเข็มแข็งให้กับระบบบริการปฐมภูมิ เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคในชุมชน สนับสนุนให้ประชาชนดูแลสุขภาพด้วยตนเอง

และ 3.การพัฒนาเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอให้เข้มแข็ง เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพประชาชนตามบริบทของพื้นที่ เน้นการสร้างสุขภาพ หากส่วนนี้เข้มแข็ง มั่นใจว่าจะลดจำนวนคนป่วยไปใช้บริการโรงพยาบาลใหญ่ได้  ตึกผู้ป่วยนอกจะไม่แออัด ซึ่งเป็นเรื่องท้าทาย โดยให้สาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. ระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในชุมชน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชน และหน่วยงานอื่นๆ ในชุมชน ไม่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุขแห่งเดียว ซึ่งขณะนี้ทุกอำเภอดำเนินการแล้ว โดยมีอำเภอที่มีเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอที่เข้มแข็ง กว่าร้อยละ 60 ตั้งเป้าหมายในปี 2558 ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

 “กระทรวงสาธารณสุข กำลังเดินหน้าการปฏิรูประบบสุขภาพ ที่เน้นการสร้างธรรมภิบาล ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารการจัดบริการในรูปแบบเขตสุขภาพ การพัฒนาระบบการเงินการคลังให้มีประสิทธิภาพ และการดูแลบุคลากรให้เกิดขวัญกำลังใจมีความสุขในการทำงาน ซึ่งต้องอาศัยพลังของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนร่วมกันเดินหน้านโยบายการทำงานเพื่อประชาชน” นายแพทย์ณรงค์กล่าว