กรมสุขภาพจิต มอบสื่อ เสริมสร้าง IQ ดี EQ เด่นเป็นของขวัญให้เด็กไทย

การพัฒนาคุณภาพเด็กเป็นสิ่งที่ทุกประเทศให้ความสำคัญเด็กจะเติบโตมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพนั้นประกอบด้วยปัจจัยหลายประการสิ่งสำคัญที่สุด คือ พัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยที่จะช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้และปรับตัวต่อสิ่งต่างๆ ได้ดีตลอดจนสามารถพัฒนาตัวเองและสังคมได้ตามศักยภาพสูงสุดการพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงถือเป็นวาระสำคัญของชาติ เพราะเด็กปฐมวัย คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคนในชาติจึงจำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงในครัวเรือน

พ.ญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวว่า การส่งเสริมพัฒนาการ รวมทั้งความฉลาดทางสติปัญญาและอารมณ์ (IQ-EQ) ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ก็คือการเล่น เพราะจะช่วยส่งเสริมความคิดอย่างเป็นระบบตลอดจนการคิดด้านบวกที่ย่อมส่งผลต่อการมีอารมณ์และจิตใจที่ดีสอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กปีนี้ ที่ว่า "ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต" ซึ่งหมายถึง การที่เด็กต้องมีทั้ง IQ และ EQ ที่ดีย่อมจะส่งผลดีต่อการใช้ชีวิตในอนาคตต่อไปการลงทุนด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในช่วงปฐมวัยจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าวต่อว่า เด็กไทยยังขาดการส่งเสริมให้มีพัฒนาการตามวัยดังเห็นได้จากการสำรวจพัฒนาการเด็กปฐมวัยของกรมอนามัย ทุก 3 ปี ในปี 2542-2557 พบเด็กที่พัฒนาการสงสัยล่าช้ามีแนวโน้มสูงขึ้นแม้ว่าจะมีการปรับลดลงเล็กน้อยในปี 2557

นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยและกรมสุขภาพจิตได้ร่วมพัฒนาการให้บริการในคลินิกสุขภาพเด็กดี (Well Child Clinic) เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการจากการดำเนินงาน พบว่าพ่อแม่/ผู้ดูแลเด็กยังขาดความตระหนักและขาดความรู้ในการเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสมหญิงตั้งครรภ์ที่ฝากครรภ์ครั้งแรกอายุครรภ์น้อยกว่าหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์มีเพียง 57.3% การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน มีเพียง 29.5% รวมถึงพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูเด็กยังขาดความรู้ทักษะในการเลี้ยงดูเด็กที่ถูกต้อง

จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2555 ยังพบว่าพ่อแม่/ผู้ดูแลเด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนของลูกเพียง 20% มีหนังสืออ่านสำหรับเด็กอย่างน้อย 3 เล่มในบ้าน เพียง 43% ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทำให้เด็กไทยจำนวนมากมีระดับพัฒนาการต่ำกว่าที่ควรจะเป็นตามศักยภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก คือ รากฐานการศึกษา ปัจจุบันมีมากกว่า 20,000 แห่งมีเด็กปฐมวัยอยู่ในความดูแลกว่า 1 ล้านคน จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญต่อการพัฒนาเด็กในประเทศเป็นอย่างดี

เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้กรมสุขภาพจิต ได้ส่งมอบของขวัญซึ่งเป็นชุดสื่อเทคโนโลยีด้านการเตรียมความพร้อมทักษะพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์และด้านการอ่านในเด็กปฐมวัย (Pre-math/Pre-reading skill) รวมทั้งสื่อด้านการส่งเสริมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ประกอบด้วย แผ่นพับ ภาพพลิก คู่มือหนังสือสร้างเสริมทักษะชีวิต สื่อแอนิเมชั่น ชุดนิทรรศการ และชุดก้อนไม้ทรงเรขาคณิต ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) และ รพ.ชุมชน (รพช.) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแนะนำส่งเสริมความรู้แก่พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กให้สามารถนำความรู้ไปส่งเสริมทักษะพื้นฐานด้านการคิดในเชิงคณิตศาสตร์และด้านการอ่านแก่บุตรหลาน เพื่อการพัฒนาศักยภาพของสมองและการรู้คิดของเด็กไทยอันเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมไว้ให้พ่อแม่ผู้ปกครอง จำนวนกว่า 15,000 ชุด โดยโรงพยาบาลจิตเวชและศูนย์สุขภาพจิตจะนำไปเผยแพร่ในพื้นที่ดำเนินการต่อไปสอบถามเพิ่มเติมและดูรายละเอียดได้ที่ www.rajanukul.go.th

"การส่งเสริมพัฒนาการเด็กเป็นเรื่องสำคัญเป็นสิ่งที่พ่อแม่/ผู้ดูแลเด็ก สามารถทำได้ที่บ้านผ่าน "การเล่น" ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากหรือใช้ของเล่นราคาแพง เพียงแค่เด็กได้เล่นกับพ่อแม่ได้ฝึกทักษะต่างๆ ในระหว่างเล่นในบรรยากาศที่สนุกสนานและอบอุ่น เพียงเท่านี้เด็กจะได้รับการส่งเสริมพัฒนาการทางสมองจากกิจกรรมที่เล่นและมีพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่ดีจากการได้ใช้เวลาที่ดีกับพ่อแม่ซึ่งต้องเริ่มฝึกตั้งแต่วัยทารก เช่น ให้ลูกสัมผัส สังเกต จับคู่ฝึกนับและคัดแยกของเล่นใส่ตะกร้าเด็กก็จะได้เรียนรู้เรื่องจำนวนและการนับรวมถึงการเรียงลำดับตามขนาดซึ่งเป็นพื้นฐานทางคณิตศาสตร์รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่องภาษาผ่านการ ออกเสียงนับเลขหรือการบอกสีของเล่นระหว่างนับ อีกทั้งพ่อแม่/ผู้ดูแลเด็กยังได้ใช้เวลาเพื่อสร้างความรักความผูกพันกับเด็กได้อย่างคุ้มค่าตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมเด็กก่อนเข้าโรงเรียนได้อีกด้วย" ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้แนะ 7 แนวทางสร้างสุขในการเล่นกับลูกหลาน ดังนี้ 1.สร้างโอกาสในการเล่นที่หลากหลาย 2.ให้เด็กรู้สึกว่าเราและเด็กกำลังเล่นด้วยกัน 3. ให้เด็กเล่นสิ่งของที่เขากำลังสนใจอยู่ในขณะนั้น 4. ให้คำชมหรือรางวัลเมื่อเด็กมีการเล่นที่พัฒนาขึ้น 5.ฝึกนิสัยการเล่นที่ดีให้เด็ก เช่นเล่นของเล่นทีละอย่าง เก็บของเล่นทุกครั้งหลังการเล่น 6.เฝ้าระวังความปลอดภัยขณะที่เด็กเล่น และ 7.ส่งเสริมการเล่นตามลำดับขั้น เพื่อการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น เช่น ให้เด็กได้เล่นกับเพื่อนๆ ตลอดจนเลือกของเล่นให้เหมาะกับวัยและระดับพัฒนาการของเด็ก มีความปลอดภัย มีประโยชน์รอบด้านมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานรับรอง และราคาไม่แพงจนเกินไป ที่สำคัญระหว่างที่ลูกเล่น ควรสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กหากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัย ควรรีบพาเด็กๆ ไปปรึกษาแพทย์

"สิ่งสำคัญพ่อแม่/ผู้ดูแลเด็ก ต้อง 1.เสมอต้นเสมอปลายยอมรับและเข้าใจ ไม่คาดหวังสูง 2.เป็นตัวอย่างที่ดี ฝึกวินัยลูกอย่างสม่ำเสมอ 3.แสวงหาความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลี้ยงลูกหลานกับผู้อื่นเสมอ 4.เป็นคนเลี้ยงลูกหลานอย่างมีเหตุผลไปทางเดียวกันทั้งบ้าน ไม่ใช้อารมณ์ และ5.เป็นคนที่ดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ" ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าว          

ความคิดเห็นล่าสุด

กนกลดา ทองจํารูญ
10 ชั่วโมง 33 นาที ago
ชูเลิศ สีแสด
11 ชั่วโมง 57 นาที ago
Phawit Jitsabai
12 ชั่วโมง 24 นาที ago
กัญญนัท ริปันโน
16 ชั่วโมง 40 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กนกลดา ทองจํารูญ
10 ชั่วโมง 33 นาที ago
ชูเลิศ สีแสด
11 ชั่วโมง 57 นาที ago
Phawit Jitsabai
12 ชั่วโมง 24 นาที ago
กัญญนัท ริปันโน
16 ชั่วโมง 40 นาที ago
กลับด้านบน