สวรส.ยัน IDRC พอใจผลสอบบริหารกองทุน

Sat, 2015-02-21 13:46 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เผยผลสอบการบริหารกองทุน IDRC ของสวรส.ในยุค นพ.พงษ์พิสุทธิ์ ยันโปร่งใส ไม่มียกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบ นพ.ภูษิต แจงรายงานให้บอร์ดสวรส.รับทราบ และส่งหลักฐานให้ IDRC ทราบแล้ว ทาง IDRC พอใจผลตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่องการที่ไม่มีการยกเว้นการดำเนินการ ตามนโยบายและข้อบังคับของ สวรส. และไม่มีความกังวลในเรื่องความโปร่งใสของการบริหารโครงการอีกต่อไปแล้ว

นพ.ภูษิต ประคองสาย รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อแขนงต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงการวิจัยของ สวรส. ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก International Development Research Center (IDRC) ประเทศแคนาดา ว่ามีการดำเนินงานที่มีการยกเว้นไม่ปฏิบัติตามนโยบายและข้อบังคับของ สวรส.ทำให้เกิดความเสี่ยง และมีปัญหาความไม่โปร่งใสในการดำเนินงาน คณะกรรมการ สวรส. จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบ ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว  โดยมี รศ.ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ  คณะอนุกรรมการตรวจสอบ พบว่าไม่ได้มีการยกเว้นการปฏิบัติตามนโยบายและข้อบังคับของสวรส. และการบริหารไม่มีปัญหาเรื่องความโปร่งใสแต่ประการใด

“นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการ สวรส. ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจาก สวรส.เป็นหน่วยงานที่ใช้งบประมาณของประเทศ และเป็นองค์กรด้านวิชาการที่ต้องสามารถถูกตรวจสอบและเปิดเผยทุกข้อมูลอย่างชัดเจนต่อสาธารณะได้” รักษาการผอ.สวรส.กล่าว  

นพ.ภูษิต กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว คณะอนุกรรมการตรวจสอบ ได้พิจารณาข้อมูลทั้งจากเอกสาร และการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวม 7 ท่าน รวมทั้งผู้อำนวยการ IDRC ประจำภูมิภาคเอเชีย ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ส่วน ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล อดีต ผอ.สวรส.ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ต่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบ

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ พบว่า ข้อสรุปของ IDRC ซึ่ง ศ.นพ.สมเกียรติ อ้างถึงนั้น ได้สรุปโดยอ้างคำสั่งมอบอำนาจของ นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผอ.สวรส.ในขณะนั้น ให้แก่หัวหน้าโครงการว่า ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามนโยบายและข้อบังคับ ของ สวรส. จนนำไปสู่ข้อสรุปของ IDRC ที่ว่า ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการบริหารโครงการ รวมทั้งมีความไม่โปร่งใสนั้น จากการตรวจสอบคำสั่งมอบอำนาจดังกล่าว ไม่พบว่ามีการยกเว้นตามที่ IDRC สรุป แต่ได้ระบุไว้ชัดเจนในข้อ 4 ของคำสั่งมอบอำนาจว่า “ในการดำเนินการตามคำสั่งมอบอำนาจนี้ ให้ผู้รับมอบอำนาจต้องดำเนินการตามข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติและมติคณะกรรมการ สวรส.ที่เกี่ยวข้องด้วย” คณะอนุกรรมการฯ ยังได้ตรวจสอบการดำเนินการทั้งการจ้างเจ้าหน้าที่โครงการ การกำหนดเงินเดือน การใช้จ่ายเงินในโครงการ ก็ไม่พบการดำเนินการใดที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับหรือระเบียบของ สวรส. รวมทั้งเคยมีการตรวจสอบจากทาง IDRC และหน่วยตรวจสอบภายในของ สวรส.มาก่อนหน้านี้ก็ไม่พบว่ามีการดำเนินการที่ขัดต่อข้อบังคับและระเบียบของ สวรส.แต่ประการใด 

คณะอนุกรรมการฯ พบว่า เจ้าหน้าที่โครงการมีเอกสารที่สามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การเปิดบัญชีโครงการที่มีหนังสือขอเปิดบัญชีจาก สวรส.ไปยังธนาคาร การประกาศรับสมัครและ การสัมภาษณ์ผู้สมัครพนักงานในโครงการ การกำหนดเงินเดือน การใช้จ่ายเงินในโครงการ

“ในการประชุมบอร์ดสวรส. เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่าน ผมได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบผลการสอบข้อเท็จจริง ขณะที่หลักฐานต่างๆ ก็ได้ส่งไปให้ IDRC แล้ว และทาง IDRC ก็มีหนังสือแสดงความพอใจและยอมรับผลการสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งได้ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ IDRC ได้รับเพียงข้อมูลจากด้านเดียว โดยอาจมีอุปสรรคในด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ และ มิได้มีการแปลเอกสารคำสั่งมอบอำนาจ หรือเอกสารใดๆ เป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งไม่ได้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่โครงการ รวมทั้ง นพ.พงษ์พิสุทธิ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการมาก่อน  ทาง IDRC มีความพึงพอใจในผลการตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่องการที่ไม่มีการยกเว้นการดำเนินการ ตามนโยบายและข้อบังคับของ สวรส. และไม่มีความกังวลในเรื่องความโปร่งใสของการบริหารโครงการอีกต่อไปแล้ว เรื่องทั้งหมดเกิดจากการที่ IDRC ได้ข้อมูลที่ผิดพลาด และไม่ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ที่ได้รับอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพียงพอ” นพ.ภูษิต กล่าว

ทั้งนี้ ศ.นพ.สมเกียรติ ได้กล่าวถึงผลสอบดังกล่าวว่า จากผลการสอบข้อเท็จจริง โครงการวิจัยในระยะแรกที่ไม่ได้บริหารจัดการโดย สวรส.นั้น ในช่วงที่ตนอยู่ในตำแหน่ง ผอ.สวรส.ทำไมถึงไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลให้ตนทราบ บอร์ดก็ไม่เคยรับรู้ ทำไมไม่เคยมีฐานข้อมูล ไม่มีรายละเอียดการบริหารจัดการเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลก แต่ตรงนี้ไม่ต้องมาตอบตนแล้ว ให้ไปตอบคำถามของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เองดีกว่า เพราะส่งเรื่องไปหมดแล้ว