สปสช.ถกผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์คัดเลือกข้อเสนอพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์บัตรทอง

สปสช.ประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ คัดเลือกข้อเสนอพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ในระบบหลักประกันสุขภาพ ครอบคลุมเทคโนโลยีทางการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค

คณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุขที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดย รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้เป็นประธานจัดประชุมเวทีระดมสมองเพื่อจัดลำดับความสำคัญและสรุปข้อเสนอหัวข้อปัญหา/เทคโนโลยีสุขภาพ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการรับฟังข้อเสนอจากกลุ่มตัวแทนสมาคม/ราชวิทยาลัย เพื่อนำไปพัฒนาเป็นชุดสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพในอนาคต

รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร ประธานคณะอนุกรรมการฯ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯได้จัดให้มีการเสนอหัวข้อ/ประเด็นสิทธิประโยชน์ จากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย 8 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้กำหนดนโยบาย, กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์, กลุ่มนักวิชาการด้านสาธารณสุข, ภาคประชาสังคม, กลุ่มเครือข่ายผู้ป่วย, ภาคอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์, ประชาชนทั่วไป และคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละกลุ่มจะถูกคัดเลือกประเด็นข้อเสนอกลุ่มละ 3 ประเด็น รวมทั้งหมด 24 ประเด็น แล้วนำไปประเมินความจำเป็นและผลกระทบเบื้องต้น หากหัวข้อใดที่ผ่านการคัดเลือก จะถูกนำไปพัฒนาเป็นโครงร่างงานวิจัยเพื่อศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ผลกระทบและความเป็นไปได้ในการจัดบริการ ก่อนจะมีการตัดสินใจว่าจะประกาศเป็นชุดสิทธิประโยชน์ใหม่ หรือปรับปรุงการบริหารเพิ่มการเข้าถึงบริการหรือไม่อย่างไร

รศ.พญ.ประสบศรี กล่าวอีกว่า หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหัวข้อเข้าสู่การประเมินมีทั้งหมด 6 ข้อ คือ 1.จำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากโรคหรือปัญหาสุขภาพ 2.ความรุนแรงของโรคหรือปัญหาสุขภาพ 3.ประสิทธิผลของเทคโนโลยีด้านสุขภาพ 4.ความแตกต่างในทางปฏิบัติ 5.ผลกระทบทางเศรษฐกิจของครัวเรือนและ 6.ความเป็นธรรมและประเด็นทางสังคมและจริยธรรม

ขณะที่เกณฑ์การคัดออกจะมี 4 ข้อคือ 1.เป็นข้อเสนอเรื่องยา วัคซีน หรืออาหารเสริม เพราะมีช่องทางอื่นให้นำเสนออยู่แล้ว คือ คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ 2.เป็นข้อเสนอที่ขาดหลักฐานที่แสดงว่ามีประสิทธิภาพ (efficacy) และความแม่นยำ (accuracy) 3.เป็นหัวข้อที่เคยมีการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มาแล้วและยังไม่มีข้อมูลที่ควรพิจารณาใหม่ และ 4.โรคหรือปัญหาสุขภาพเร่งด่วน เนื่องจากมีช่องทางกำหนดชุดสิทธิประโยชน์เร่งด่วนไว้อยู่แล้ว ซึ่งการประชุมในวันนี้ ผู้แทนสมาคมทางการแพทย์และราชวิทยาลัยต่างๆ ได้เสนอหัวข้อทั้งหมด 18 หัวข้อ

นพ.ภูษิต ประคองสาย รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ดำเนินการประชุม กล่าวว่า การประชุมในภาพรวมค่อนข้างน่าพอใจ เพราะในปีก่อนๆ กลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ค่อยได้เสนอหัวข้อเข้ามามากนัก แต่ปีนี้มีความกระตือรือร้นในการเสนอเข้ามามาก และแต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก

อย่างไรก็ดี เนื่องจากตามกระบวนการแล้ว สปสช.กำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มเสนอหัวข้อได้กลุ่มละ 3 หัวข้อ ดังนั้น หัวข้อที่ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมในเบื้องต้นนี้ คณะทำงานจะได้นำไปจัดลำดับความสำคัญตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นการประเมินความจำเป็นและผลกระทบเบื้องต้นจากหัวข้อที่ผู้มีส่วนได้เสียทั้ง 8 กลุ่มเสนอเข้ามา 24 หัวข้อ แล้วจะคัดให้เหลือประมาณ 10-11 หัวข้อที่จะนำไปวิจัยศึกษาความคุ้มค่าหากจะพัฒนาเป็นชุดสิทธิประโยชน์ต่อไป ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีเรื่องใดที่สามารถพัฒนาไปเป็นชุดสิทธิประโยชน์ใหม่ๆได้ เพราะต้องศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ก่อนว่าคุ้มค่าที่จะนำเงินของประชาชนมาจ่ายในเรื่องนั้นๆหรือไม่

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

Cleanimmiply
15 ชั่วโมง 33 นาที ago
Cleanimmiply
15 ชั่วโมง 36 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Cleanimmiply
15 ชั่วโมง 33 นาที ago
Cleanimmiply
15 ชั่วโมง 36 นาที ago
กลับด้านบน