อภ.เร่งตรวจสอบโรงงานวัคซีนหวัดใหญ่/หวัดนก หลังทิ้งร้าง 2 ปี-ชำรุดพายุถล่ม

นสพ.เดลินิวส์ : ผอ.อภ.เผย โรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกที่แก่งคอย ได้รับผลกระทบจากพายุฝน เกิดความเสียหาย เหตุจากการก่อสร้างอาคารยังไม่สมบูรณ์ 100% เชื่อหากแล้วเสร็จสมบูรณ์หลังถูกทิ้งร้างไม่ได้ดำเนินการใดๆ มา 2 ปี จะไม่ได้รับผลกระทบ เร่งรัดให้ก่อสร้างแล้วเสร็จใน 500 วัน ระบุเดินทางไปเจรจากับบริษัทที่ญี่ปุ่นที่เคยถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ยินยอมกลับมาช่วยเหลือแล้ว หลังเคยระงับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

นสพ.เดลินิวส์ : เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า เนื่อง จากโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถูกทิ้งเอาไว้ไม่มีการดำเนินการใดๆ มาเป็นเวลา 2 ปี ประกอบกับเมื่อหลายเดือนก่อนเกิดพายุฝน ในพื้นที่ทำให้ฝ้าฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาโรงงานชำรุดและหลังคาโรงงานด้านนอก เสียหาย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะโครงสร้างการก่อสร้างอาคารยังไม่สมบูรณ์ 100% เชื่อว่าหากสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อเจอพายุก็ไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน ทั้งนี้ จากการที่ตนเข้าไปประเมินความเสียหายด้วยสายตาคาดว่าไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางผู้รับเหมาได้ทำหนังสือถึงตนเพื่อขอเข้าพื้นที่ไปสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนตัวได้เร่งรัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนี้ เพื่อเร่งดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จในอีก 500 วันถัดไป

ส่วนเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตวัคซีน ที่ได้นำเข้ามาก่อนหน้านี้ยังสามารถใช้การได้ แต่ต้องยอมรับว่าอุปกรณ์ เครื่องจักรบางส่วนเกิดความชำรุดเสียหายเพราะไม่ได้ใช้งาน เช่น ดอกยาง เป็นต้น ตรงนี้องค์การอนามัยโลกค่อนข้างเป็นห่วง จะช่วยเข้ามาตรวจสอบและประเมินผลด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคน และการผลิต ถือเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ ตนจะทำอย่างเต็มที่ แต่ในส่วนของสภาพดินฟ้าอากาศ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ก็ต้องประเมินดูอีกครั้ง แต่เชื่อว่าแนวโน้มในการก่อสร้างโรงงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกนี้น่าจะดีขึ้น ทุกอย่างมีเหตุผลในตัวของมันเอง ทุกอย่างอธิบายได้

นพ.นพพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังได้เดินทางไปเจรจากับบริษัทคาเคทสุเค็น ผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้ระงับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งบริษัทดังกล่าวยินยอมกลับมาให้การช่วยเหลือถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประเทศไทยต่อ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องสามารถทดลองฉีดวัคซีนลอตแรกให้กับอาสาสมัครได้ภายใน 6 เดือน โดยจะมีการประเมินผลภายในเดือน พ.ย. นี้ ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะเป็นการผลิตและทดลองทางห้องปฏิบัติการซึ่งประเทศไทยได้เตรียมการเอาไว้หมดแล้วทั้งในส่วนของไข่ไก่บริสุทธิ์และส่วนอื่น ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงงานผลิตวัคซีนดังกล่าว เริ่มสร้างเมื่อเดือน ก.ย. 2552 ด้วยวงเงินตั้งต้น 1,411 ล้านบาท แต่ยังไม่แล้วเสร็จเพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องการปรับโครงสร้างอาคาร รวมถึงถูกตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น จนต้องชะงักการก่อสร้าง ล่าสุด ครม. ได้อนุมัติงบประมาณก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 59 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 15 เมษายน 2558

ความคิดเห็นล่าสุด

กนกลดา ทองจํารูญ
14 ชั่วโมง 5 นาที ago
ชูเลิศ สีแสด
15 ชั่วโมง 29 นาที ago
Phawit Jitsabai
15 ชั่วโมง 56 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กนกลดา ทองจํารูญ
14 ชั่วโมง 5 นาที ago
ชูเลิศ สีแสด
15 ชั่วโมง 29 นาที ago
Phawit Jitsabai
15 ชั่วโมง 56 นาที ago
กลับด้านบน