สิทธิประโยชน์ใหม่ผู้ประกันตน เริ่ม 20 ต.ค.นี้

Mon, 2015-09-28 14:28 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สปส.แจงสิทธิประโยชน์ใหม่ผู้ประกันตนตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่ที่จะมีผล 20 ต.ค. เพิ่มค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร เงินช่วยเหลือกรณีได้รับความเสียหายอัตราเดียวกับ สปสช.พร้อมเตรียมศึกษาสิทธิประโยชน์ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ฟื้นฟูสมรรถภาพ

พันตำรวจตรีหญิงรมยง สุรกิจบรรหาร โฆษกสำนักงานประกันสังคม เผยแพร่ข้อมูล สิทธิใหม่ที่ผู้ประกันตนควรรู้ มีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 20 ตุลาคม 2558  สปส. มีหน้าที่ปรับปรุงและยกร่างกฎหมายประกอบรวม 17 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ ขยายความคุ้มครอง การสร้างความโปร่งใส และการบริหารงานลงทุน ซึ่งจนถึงขณะนี้มีความคืบหน้าเกือบ 100% แล้ว

โดยในส่วนของสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากค่าคลอดบุตรและเงินสงเคราะห์บุตรที่ผู้ประกันตนและลูกจ้างจะได้รับเพิ่มมากขึ้นแล้ว พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ยังได้บัญญัติเรื่องค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีที่ผู้ประกันตนได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์อีกด้วย

มติคณะกรรมการการแพทย์เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ดำเนินการ ซึ่งมีการยกร่างประกาศคณะกรรมการการแพทย์ไว้แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอให้คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการประกันสังคมพิจารณา

ซึ่งในปี 2559 คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เห็นชอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้โดยตรงกับบุคคล สำหรับประชาชนคนไทยจำนวน 65.323 ล้านคน โดยจะครอบคลุมบริการที่สำคัญ ทั้ง (1) การสร้างเสริมสุขภาพ (2) การป้องกันการเจ็บป่วยทั้งโรคติดต่อและไม่ติดต่อ และ (3) การรณรงค์การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เช่น การดูแลหญิงตั้งครรภ์ทั้งก่อนและหลังคลอด การวางแผนครอบครัว การตรวจป้องกันโรคในช่องปาก การตรวจสุขภาพประจำปี

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2560 สำนักงานประกันสังคมก็จะเข้ามารับผิดชอบจัดชุดสิทธิประโยชน์การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับผู้ประกันตน ลูกจ้าง ทั้งหมด โดยจะศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบชุดสิทธิประโยชน์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกันตนลูกจ้างให้มากที่สุด

แนวทางการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประกันตนที่ได้รับ

ความเสียหายจากการเข้ารับบริการทางการแพทย์ ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 63 กำหนดให้ ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน โดย (7) ค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนในกรณีที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ ซึ่ง สปส.จะยึดแนวทางโดยอิงหลักเกณฑ์และอัตราการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามที่ สปสช.กำหนด  ทั้งนี้ กฎหมายยังระบุด้วยว่า เมื่อ สปส.ได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนไปแล้ว สปส.ก็จะไปดำเนินการไล่เบี้ยแก่ผู้กระทำผิด

การกำหนดสิทธิประโยชน์ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ สปส. จะเสนอคณะกรรมการการแพทย์พิจารณา โดยเห็นควรกำหนดวิธีการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ขณะเดียวกันผู้ประกันตนซึ่งสูญเสียสมรรถภาพ ไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกาย ยังมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ แบ่งเป็นกรณีทุพพลภาพระดับความสูญเสียรุนแรง จ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างไปตลอดชีวิต และกรณีทุพพลภาพ จ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 30 ของค่าจ้างไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ ผู้ทุพพลภาพที่อยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิตด้วยเช่นกัน