สร้างเด็กไทยไอคิวเกิน 100 เร่งคัดกรอง พบพัฒนาการล่าช้า กรมสุขภาพจิตนำเข้าระบบรักษา

Tue, 2016-08-16 16:59 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข สร้างเด็กไทยไอคิวเกิน 100 ชี้ผลการคัดกรองเด็กปฐมวัย พบร้อยละ 1 พัฒนาการล่าช้าต้องได้รับการดูแลรักษาใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ กำชับกรมสุขภาพจิต เร่งคัดกรองนำเข้าสู่กระบวนการรักษา พร้อมเน้นหนักงานส่งเสริมและป้องกันสุขภาพจิต

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2559 ที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะที่ปรึกษา ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ รอบ 9 เดือน การดำเนินงานตามภารกิจ

นพ.ปิยะสกล ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสุขภาพจิตเป็นกรมที่สำคัญในการดูแลประชาชนให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี โดยเป้าหมายสำคัญของกรมฯ คือการดูแลเด็กไทยให้มีพัฒนาการสมวัย ไอคิวเกิน 100 โดยกรมสุขภาพจิต และกรมอนามัย จะไปคัดกรองพัฒนาการ หากพบมีปัญหา จะให้การช่วยเหลือกระตุ้นพัฒนาการ ซึ่งจากการคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัยพบว่าร้อยละ 1 มีปัญหาที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต   

กรมสุขภาพจิตได้รายงานผลการปฏิบัติงานตามกลุ่มวัย ดังนี้ 

1.กลุ่มปฐมวัย กรมสุขภาพจิตได้ร่วมกับกรมอนามัยดูแลเด็กปฐมวัย 1.2 ล้านคน คัดกรองพัฒนาการเด็กแล้ว 9 แสนคน พบมีปัญหาด้านพัฒนาการล่าช้าประมาณ 8 หมื่นคน ได้รับการกระตุ้นพัฒนาและตรวจประเมินซ้ำยังพบพัฒนาการล่าช้า ที่ต้องได้รับการกระตุ้นพัฒนาการด้วยเครื่องมือจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้กลับมามีพัฒนาการสมวัย จำนวน 7,238 คน ทั้งนี้ ได้ร่วมกับ 4 กระทรวงหลัก ตั้งเป้าจะพัฒนาเด็กปฐมวัย 4-6 ปีเพิ่มเติมเรื่องกระบวนการสร้างการเรียนรู้ก่อนเข้าเรียนให้เด็กมีความพร้อมก่อนเข้าเรียน ป.1 เป้าหมายในเด็กกลุ่มสงสัยบกพร่องด้านพัฒนาการตั้งแต่แรกเกิดและกลุ่มเสี่ยงสูง

2.ในกลุ่มเด็กวัยเรียน โรงพยาบาลชุมชน 590 แห่ง ร่วมกับโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 1,154แห่ง คัดกรอง พบนักเรียนกลุ่มเสี่ยงปัญหาระดับสติปัญญา การเรียนรู้ ร้อยละ 18  โดยสมาธิสั้นร้อยละ 6 เรียนรู้ช้าร้อยละ 8 สติปัญญาล่าช้าร้อยละ 5 ออทิสติกร้อยละ 0.78 ซึ่งการคัดกรองกลุ่มวัยเรียนตั้งแต่ ป.1 สำคัญมากถ้าคัดกรองเร็ว ได้รับการแก้ไขเร็วเรื่องการเรียนรู้จะเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนา  

3.กลุ่มวัยรุ่น มีคู่เครือข่ายระบบการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน 851 เครือข่าย นักเรียนกลุ่มเสี่ยง 15,778 คน ทั้งปัญหาท้องไม่พร้อม สารเสพติด ความรุนแรง โดยมีความร่วมมือตามโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ สร้างกลไกระบบสารสนเทศ ร่วมกันป้องกันการตั้งครรภ์ซ้ำ การคุมกำเนิด รวมทั้งมีเทรนนิ่งออนไลน์แอพพลิเคชั่นสำหรับเด็กและพ่อแม่ 

4.กลุ่มวัยทำงาน มีโครงการสถานประกอบการกายใจเป็นสุข

และ 5.กลุ่มผู้สูงอายุ มีการดูแลโรคเรื้อรัง คัดกรองภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

“จากการตรวจตรวจเยี่ยมและรับทราบแผนการทำงานของกรมสุขภาพจิต รู้สึกมั่นใจ โล่งในว่า อนาคตคนไทยที่ได้รับการดูแลให้มีพัฒนาการสมวัยตั้งแต่ปฐมวัยในวันนี้ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นผู้สร้างเศรษฐกิจ ความเจริญให้ประเทศ ส่วนผู้สูงอายุให้ดูแลคงการมีสุขภาพที่ดี ไม่เป็นภาระของสังคม” นพ.ปิยะสกล กล่าว