รพ.บ้านแพ้วแจงเหตุได้เงินอุดหนุนจากรัฐ เป็นงบสร้างตึก 10 ชั้น รัฐช่วย 70%

Fri, 2016-09-09 12:54 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ผอ.รพ.บ้านแพ้วแจงเหตุได้งบอุดหนุนจากรัฐปีละ 20-40 ล้าน ที่จริงคือเงินก่อสร้างตึกที่รัฐช่วยอุดหนุน 70% เมื่อ 3 ปีก่อน แต่แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ชี้เป็นตึกหลังแรกที่รัฐช่วยอุดหนุนนับตั้งแต่ออกนอกระบบ แต่ค่าเงินเดือน อุปกรณ์การแพทย์ และการสร้างตึกอื่นๆ ก็ยังบริหารจัดการเองโดยไม่ต้องรบกวนรัฐบาล มีรายได้เฉลี่ยปีละ 1,500 ล้านบาท

นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร

นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อํานวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า กรณีมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า รพ.บ้านแพ้ว ออกนอกระบบไปแล้วเหตุใดจึงได้รับเงินสนุบสนุนจากรัฐปีละ 20-40 ล้านบาท เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง รพ.บ้านแพ้วได้รับอนุมัติงบประมาณมาก่อสร้างอาคาร 10 ชั้นหลังหนึ่ง โดยเป็นอาคารหลังแรกที่ได้รับการสนุบสนุนจากรัฐนับตั้งแต่ออกนอกระบบ มูลค่าก่อสร้างประมาณ 380 ล้านบาท แต่รัฐจ่ายให้ 70% หรือ 280 ล้านบาท ส่วนอีก 30% หรือประมาณ 100 ล้านบาท รพ.บ้านแพ้วต้องหาเอง

อย่างไรก็ดี การจ่ายเงินอุดหนุนดังกล่าว รัฐจะจ่ายเป็นงวดๆ ปีละ 20 ล้านบ้าง 30-40 ล้านบ้าง ดังนั้นหากไปเปิดงบประมาณดู อาจเห็นว่า รพ.บ้านแพ้วได้งบสนับสนุนจากรัฐทุกปี แต่โดยรวมแล้วก็คือเงินอุดหนุนในการสร้างตึกดังกล่าวนั่นเอง 

"ปีนี้เราก็ได้ 29 ล้าน ก็คืองบสร้างตึกนี้นั่นแหละ แต่เขาทยอยให้ 20 ล้านบ้าง 30 ล้านบ้าง หลายคนสงสัยก็มาถามว่าทำไมยังมีเงินอุดหนุนอยู่ ไหนว่าออกนอกระบบไปแล้วไง ผมก็ชี้แจงไปว่ามันเป็นแบบนี้" นพ.พรเทพ กล่าว

นพ.พรเทพ กล่าวอีกว่า เรื่องตึกก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่นับจากออกนอกระบบมา รพ.บ้านแพ้วก็มีการก่อสร้างตึกอีกหลายตึก โดยมีค่าใช้จ่ายที่มาจากการบริหารจัดการเอง ล่าสุดก็กำลังสร้างตึกที่เป็นศูนย์จักษุ ซึ่งใช้เงินก่อสร้างจากการบริจาคล้วนๆ 100% งบประมาณ 400 ล้าน และใน 11 ปีที่ผ่านมา รพ.บ้านแพ้วเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เช่น เงินเดือน ค่าอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น ค่าใช้จ่ายทุกอย่างต้องบริหารจัดการเองโดยไม่ต้องรบกวนภาครัฐ และยังคิดค่าบริการเท่ากับภาครัฐและยังมีคุณภาพบริการที่ดีด้วย

"ก็เป็นความภาคภูมิใจของเราที่บริหารจัดการได้ ตอนออกนอกระบบใหม่ๆ มีรายได้ปีละ 150 ล้านบาท แต่ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 1,500 ล้านบาท ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเราสามารถอยู่ได้ด้วยกลไกที่เรียกว่าองค์การมหาชน" นพ.พรเทพ กล่าว