รมว.สธ.ตั้ง ‘หมอไพศาล-หมอสุรพร-หมอกิตติ’ เป็นรักษาการสาธารณสุขนิเทศก์

Fri, 2016-09-16 10:19 -- hfocus
Print this pagePrint this page

‘หมอปิยะสกล’ ลงนามตั้ง ‘หมอไพศาล’ นพ.สสจ.เชียงใหม่, ‘หมอสุรพร’ นพ.สสจ.อุบล, ‘หมอกิตติ’ ผอ.สำนักบริหารการสาธารณสุข เป็นรักษาการสาธารณสุขนิเทศก์ ตั้งแต่ 1 ต.ค.59 พร้อมตั้ง ‘หมอสมพงษ์’ นพ.สสจ.ขอนแก่น เป็นรักษาการ นายแพทย์ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) กลุ่มที่ปรึกษาระดับกระทรวง และ ‘หมอสมควร’ นพ.สสจ.ชัยภูมิ รักษาการผู้ทรงคุณวุฒิ สป.สธ.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ลงนามในคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 1540/2559 เรื่องให้ข้าราชการรักษาการในตำแหน่ง โดยระบุว่า ด้วยคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสาธารณสุขนิเทศก์ (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ) และตำแหน่งระดับทรงคุณวุฒิ (ส่วนกลาง) ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2559 มีมติคัดเอกข้าราชการให้ส่งผลงานทางวิชาการเพื่อประเมินแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ 5 ราย

เพื่อประโยชน์ในการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งย้อนหลังตั้งแต่วันที่ผ่านประเมิน ฉะนั้น อาศัยอำนาจความในมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 จึงให้ข้าราชการรักษาการในตำแหน่ง 5 ราย ดังนี้

นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล

1.นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นพ.สสจ.เชียงใหม่ รักษาการในตำแหน่งสาธารณสุขนิเทศก์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59

2.นพ.กิตติ กรรภิรมย์ ผอ.สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาการในตำแหน่งสาธารณสุขนิเทศก์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59

นพ.สมควร หาญพัฒนชัยกูร

3.นพ.สมควร หาญพัฒนชัยกูร นพ.สสจ.ชัยภูมิ รักษาการในตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านควบคุมป้องกันโรค สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (บัดนี้เป็นต้นไป)

4.นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสรณ์ นพ.สสจ.ขอนแก่น รักษาการในตำแหน่ง นายแพทย์ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มที่ปรึกษาระดับกระทรวง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59

นพ.สุรพร ลอยหา

5.นพ.สุรพร ลอยหา นพ.สสจ.อุบลราชธานี รักษาการในตำแหน่ง สาธารณสุขนิเทศก์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม