สธ.นำร่องคลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ 5 แห่ง-เร่งดันวัคซีนโรต้าเข้าแผนภูมิคุ้มกันโรคปี 61

Sun, 2016-09-25 22:00 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.เตรียมนำร่องคลินิกวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ 5 แห่ง นำร่อง 4 ภาคเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมในการให้บริการวัคซีนกลุ่มผู้ใหญ่ โดยใช้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก และวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ พร้อมเร่งผลักดันวัคซีนโรต้าเข้าสู่แผนภูมิคุ้มกันโรค ภายในปี 2561 

นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ภายใต้คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคดำเนินการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับผู้ใหญ่ ในรูปแบบโครงการนำร่องคลินิกวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ (AVC : Adult Vaccine clinic) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมในการให้บริการวัคซีนกลุ่มผู้ใหญ่ โดยใช้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก และวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนต้นแบบในคลินิกนำร่อง 4 ภาค ภาคละ 1 แห่ง ได้แก่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้และภาคกลาง

ในส่วนกรุงเทพมหานครมีคลินิคบริการอีก 1 แห่ง ที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบและบาดทะยัก ในกลุ่มผู้ใหญ่ และสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ในประชาชนกลุ่มเสี่ยง

โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ

1) ผู้ใหญ่อายุ 20 ปี ขึ้นไป ต้องได้รับบริการวัคซีนคอตีบ-บาดทะยักกระตุ้น 1 ครั้ง ทุก 10 ปี  

2) บุคคลที่ได้รับอุบัติเหตุที่นัดมารับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก

3) หญิงตั้งครรภ์ ช่วงอายุครรภ์มากกว่า 4 เดือนขึ้นไปทุกคน

และ 4) บุคลากรทางการแพทย์ต้องได้รับบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 1 ครั้ง

ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยักและไข้หวัดใหญ่ได้บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และอยู่ในสิทธิประโยชน์ของสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นพ.อำนวย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติเห็นชอบให้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อให้บริการในเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ทั่วประเทศโดยจะเริ่มให้ในปี พ.ศ.2560 นั้น กรมควบคุมโรคจะเดินหน้าเร่งผลักดันวัคซีนอีก 1 ชนิด คือ วัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งได้ประสานการดำเนินงานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติอย่างใกล้ชิด โดยวัคซีนโรต้าเป็นวัคซีนที่มีความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง หากนำวัคซีนโรต้าเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันโรคอุจจาระร่วงรุนแรงในเด็กไทย คาดว่าจะบรรจุวัคซีนโรต้าในแผนงานฯภายในปีงบประมาณ 2561

สำหรับโครงการนี้จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนที่เป็นประโยชน์และได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันจากโรคคอตีบ-บาดทะยัก โรคไข้หวัดใหญ่ และไวรัสโรต้า นอกจากการได้รับวัคซีนแล้ว ประชาชนควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อให้รู้สถานะโรคของตนเอง และห่างไกลจากโรค