สธ.จ่อชง กม.คุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หลังพบแนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

Sat, 2016-09-17 23:17 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.จ่อชงกฎหมายควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หลังพบสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรคไตวายเรื้อรัง เพื่อเป็นเครื่องมือทางระบาดวิทยาในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกันควบคุม โรคไม่ติดต่อ และปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคไม่ติดต่อในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สำคัญ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และโรคไตวายเรื้อรัง เป็นปัญหาสุขภาพหลักของประชาชนชาวไทย ซึ่งต้องการการแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน อีกทั้งยังมีกลุ่มโรคไม่ติดต่อที่มีอาการเฉียบพลันที่ต้องการการสอบสวนและจัดการอย่างรวดเร็ว เช่น การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการขาดวิตามินบี 1 โรคหอบหืด การบาดเจ็บจากโรคจากการท่องเที่ยว กลุ่มอาการหมดสติจากแก๊สเครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น จึงได้พัฒนากลไกการบูรณาการการแก้ไขปัญหา ร่างกฎหมายเพื่อลดช่องว่างการควบคุมโรคไม่ติดต่อและพร้อมนำเสนอเข้าสู่กระบวนการต่อไป

นพ.อำนวย กล่าวต่อว่า จากการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 ในปี 2557 พบคนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 1 ใน 3 ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ เบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 8.9 ความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.4 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 24.7 รวมถึงภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน พบมากถึงร้อยละ 30.7 และ 7.5 ตามลำดับ มีรายงานพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไตเรื้อรัง (CKD)  ร้อยละ17.6 ของประชากรหรือประมาณ 8 ล้านคนในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้าย2 แสนคน มูลค่าสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อปี 2556 สูงถึง 6.6 แสนล้านบาท

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี พ.ศ. 2558 พบอัตราการเสียชีวิตเท่ากับ 28.92 ต่อประชากรแสนคน หรือเท่ากับ 18,922 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน ส่วนโรคหัวใจขาดเลือด ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจขาดเลือดสูงถึง 264,820 คน และอีกโรคที่สำคัญ คือ โรคหลอดเลือดสมอง โดยพบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2545-2557 โรคหลอดเลือดสมองมีอัตราเสียชีวิตสูงที่สุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2557 มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองถึง 25,114 คน คิดโดยเฉลี่ยคือในทุกๆ 1 ชั่วโมง จะมีคนเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 3 คน

จากรายงานของสำนักระบาดวิทยา ปี2557-2559 พบว่าโรคไม่ติดต่อที่มีอาการเฉียบพลัน เช่น กลุ่มอาการหมดสติจากแก๊สเครื่องทำน้ำอุ่น พบ 6 ราย เสียชีวิต 2 ราย การเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการขาดวิตามินบี 1 ในกลุ่มลูกเรือประมง พบ 43 ราย เสียชีวิต 8 ราย กลุ่มผู้ต้องขัง พบ 78 ราย เสียชีวิต 2 ราย และการบาดเจ็บจากแมงกะพรุนในแหล่งเที่ยว พบ 266 ราย เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ยังไม่กฎหมายใดๆ ให้อำนาจในการเข้าไปสอบสวนหาสาเหตุเพื่อการแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

นพ.อำนวย กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรคจึงได้ดำเนินการร่างพระราชบัญญัติโรคไม่ติดต่อขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือทางระบาดวิทยาในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกันควบคุม โรคไม่ติดต่อ และปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค  ซึ่ง ร่างพ.ร.บ.นี้จะเน้นไปที่การควบคุมโรคเป็นสำคัญ และจะเป็นกฎหมายที่จะช่วยเติมเต็มช่องว่างและไม่ทับซ้อนกับกฎหมายเดิมที่มีอยู่ เช่น การคุ้มครองผู้บริโภค ราคาสินค้าและบริการ ภาษี อาหาร บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น อีกทั้งยังได้สร้างกลไกสำคัญใหม่ คือการให้มีการประเมินสุขภาพประชาชนระดับประเทศ เพื่อเฝ้าระวังในการแก้ปัญหาระยะยาว ต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการดูแลสุขภาพของประชาชนให้สามารถเข้าถึงระบบบริการทางสุขภาพได้อย่างครอบคลุมมีประสิทธิภาพ ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่ออย่างยั่งยืน