กรมบัญชีกลางคุมเข้มเบิกจ่ายยา ขรก. ไม่ทำตามเกณฑ์ เรียกเงินคืนคลัง

Sun, 2016-12-11 14:57 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมบัญชีกลางคุมเบิกจ่ายยา ให้เบิกจากบัญชียาหลักเป็นขนานแรก ส่วนยานอกบัญชียาหลัก เบิกได้เฉพาะกรณีผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยาในบัญชียาหลักได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วย แพทย์ต้องวินิจฉัยและออกใบรับรองสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลัก หากไม่จ่ายยาตามหลักเกณฑ์เรียกเงินค่ายาคืนคลังทันที

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ

เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานราชการและสถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง เพื่อทำความเข้าใจการเบิกจ่ายค่ายา โดยระบุว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกค่ายา (หนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0422.2/ว 111 ลงวันที่ 24 กันยายน 2555 โดยให้เบิกค่ายาในบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นยาขนานแรกตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัญชียาหลักแห่งชาติ และตามข้อบ่งใช้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด ส่วนค่ายานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ให้เบิกได้เฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติได้ อันเนื่องจากข้อจำกัดที่เป็นเหตุผลทางการแพทย์ โดยให้แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้วินิจฉัยและออกใบรับรองในการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อประกอบการเบิกจ่ายตามเหตุผลที่กระทรวงการประกาศ และการใช้ยาบัญชีนอกยาหลักแห่งชาตินั้น ต้องเป็นไปตามข้อบ่งใช้ที่ อย.กำหนด ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีการเบิกค่ายาที่กระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางได้กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินไว้เป็นกรณีเฉพาะ ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นั้นต่อไป

กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า เพื่อให้การสั่งใช้ยาเป็นไปอย่างชัดเจนและถูกต้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงเห็นควรซ้อมความเข้าใจการเบิกจ่ายค่ายา และการออกใบรับรองการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อประกอบการเบิกจ่าย ดังนี้

1.กรณีที่แพทย์สั่งใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี จ (2) ตามข้อบ่งใช้ที่กำหนดในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี จ (2) แต่ไม่เป็นไปตามแนวทางกำกับการใช้ยา อันเนื่องมาจากเหตุผลที่เป็นข้อจำกัดทางการแพทย์ มิใช่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย ขอให้แพทย์ผู้รักษาระบุเหตุผลที่ไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางกำกับการใช้ยาของบัญชียาหลักแห่งชาติไว้ในเวชระเบียนเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้ สถานพยาบาลต้องมีกลไกกำกับการสั่งใช้ยาของแพทย์กรณีดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และเก็บหลักฐานเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบต่อไป หากมีการตรวจสอบพบว่า สถานพยาบาลไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด กรมบัญชีกลางจะดำเนินการเรียกเงินรายการยาที่มีการเบิกจ่ายคืนทั้งหมด

2.กรณีที่สถานพยาบาลออกใบรับรองการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยลงลายมือชื่อแพทย์ด้วยลายมืออิเล็กทรอนิกส์ หรือออกใบรับรองการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยระบุชื่อแพทย์ผู้ทำการรักษาและเวขที่เวชกรรมแทนการลงลายมือชื่อแพทย์นั้น เนื่องจากหลักเกณฑ์การเบิกค่ายาตามหนังสือที่อ้างถึง มิได้กำหนดแบบของใบรับรองไว้แต่อย่างใด การออกใบรับรองด้วยรูปแบบ/วิธีการใดจึงเป็นการบริหารงานภายในของสถานพยาบาลที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบว่าเป็นเอกสารของสถานพยาบาล โดยใบรับรองจะต้องมีสาระสำคัญครบองค์ประกอบ คือ เป็นใบรับรองของสถานพยาบาลที่ออกให้กับผู้ป่วย ระบุเหตุผลการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และระบุแพทย์ผู้รักษาที่เป็นผู้สั่งใช้ยา จึงจะสามารถใช้ประกอบการเบิกจ่ายเงินจากทางราชการได้

ทั้งนี้ ค่ารักษาพยาบาลสำหรับสวัสดิการข้าราชการนั้นเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และในปี 2559 นี้ใช้งบประมาณ 7.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ใช้ไป 66,000 ล้านบาท โดยค่ารักษาพยาบาลในแต่ละปี 80% เป็นค่ารักษาผู้ป่วยนอกและส่วนใหญเป็นค่ายา