สิทธิ vs หน้าที่ ว่าด้วยเพิ่มค่าปรับหมอไม่ใช้ทุน ถ้าระบบดี ใครจะไม่อยากอยู่

เมื่อ 70 กว่าปีก่อน (ค.ศ.1947) Julian Huxley นักคิดนักพัฒนาชาวอังกฤษ ขณะดำรงตำแหน่ง ผอ.องค์การยูเนสโก้ (UNESCO) ได้ขอร้องมหาตมะ คานธี ให้ช่วยเขียนแสดงทัศนะเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะเรียบเรียงเป็นหนังสือ แต่คานธีปฏิเสธ และกล่าวว่า เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากแม่ของเขา ซึ่งอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่เขารู้เพียงว่าแม่เป็นคนที่ฉลาดมาก สิ่งหนึ่งที่เขาได้เรียนรู้และเข้าใจคือ "สิทธิต่างๆ ของใครก็ตาม จะสมควรได้ และสมควรได้รับการปกป้อง ก็ต้องเมื่อใครคนนั้นได้กระทำหน้าที่ของตนเองอันพึงกระทำเป็นอย่างดีแล้ว"...... ดังนั้นการเรียกร้องสิทธิใดๆ จึงจำเป็นต้องตอบให้ได้ว่าได้กระทำหน้าที่ของตนอย่างดีแล้วหรือไม่

เรื่องสุขภาพก็เช่นกัน "เรื่องสุขภาพไม่ใช่แค่การเรียกร้องสิทธิที่พึงได้ของประชาชน แต่ประชาชนต้องมีหน้าที่ต้องประพฤติปฏิบัติอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย จึงพึงจะได้รับสิทธินั้น" "Health is not only your rights, but also your duties"

หมดยุคกันเสียที กับการที่ต้องหาทางรณรงค์ กราบกราน ร้องขอ ให้แต่ละคนไปรับวัคซีนป้องกันโรค ไปตรวจสุขภาพประจำปี หรือระมัดระวังการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องการกินการดื่มการสูบ การขับขี่ยวดยานพาหนะต่างๆ

แต่ประชาชนจำเป็นต้องรู้ว่า มันคือหน้าที่ที่ต้องทำ มิฉะนั้นการไม่ปฏิบัติหน้าที่นั้นจะทำให้สิทธิที่พึงมีพึงได้นั้นหมดความชอบธรรมลงไปเช่นกัน หรืออย่างน้อยที่สุดก็จะต้องร่วมรับผิดชอบในสัดส่วนที่เหมาะสมควบคู่ไปกับรัฐในกรณีที่มีหน้าที่ที่รับผิดชอบร่วมกัน

หากไม่ปฏิรูปสังคมเช่นนี้ ประเทศชาติจะลงทุนเม็ดเงินและทรัพยากรต่างๆ เท่าไหร่ก็ไม่มีทางเพียงพอที่จะดูแลปกป้องประชาชนครับ

อดีตจนถึงปัจจุบันมีแต่นโยบายที่ออกมากระหน่ำให้คนทำงานในระบบสุขภาพสะบักสะบอม คุณภาพชีวิตถดถอย ความเสี่ยงเพิ่มพูน แถมยังจะตอกย้ำให้ต้องชดใช้ทุนด้วยเงินสูงลิ่วเพื่อบังคับให้อยู่ในพื้นที่กันดาร

คำถามที่ควรคิดกันในหมู่นักบริหารคือ ถ้าระบบและพื้นที่ดี ปลอดภัย ใครล่ะจะไม่อยากอยู่ ใครล่ะจะออกไป? เหตุใดไม่คิดเชิงบวก หามาตรการเพื่อทำแต่ละที่ให้ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น ดูแลคุณภาพชีวิตทุกคนให้ดีขึ้นไปพร้อมกันทั้งหมอ พยาบาล จนท.สาสุข พร้อมๆ ไปกับประชาชน

ไม่ใช่เอาแต่อ้างว่าขาดแคลนเพราะผลิตไปคนก็ออกหมด เลยต้องบังคับด้วยนโยบายเจ้าขุนมูลนายยุคดึกดำบรรพ์อย่างที่เห็น อีกหน่อยจะลำบากครับ เพราะหาคนที่เก่งและดีมาเรียนได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

ประเทศเราจะพัฒนาไปได้ หากเลิกคิดนโยบายเชิงลบ และหันมาใส่ใจสิทธิและหน้าที่ของทุกฝ่าย ทั้งประชาชน บุคลากรที่ทำงาน และเหล่านักบริหารด้วย

ลานสายตา...หากกว้าง ก็จะสร้างสรรค์อะไรไปในทางที่ดี

ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อทุกคนครับ

ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

ชาวบ้าน • 2018-07-02, 10:35
ผมมองว่าระบบราชการไทยหรือผู้บริหารระบบราชการสาธารณสุขไทยได้ให้การสนับสนุนดูแลคุณหมอทั้งหลายดีกว่ามากกว่าข้าราชการสายงานวิชาชีพอื่น ๆ ในวงการสาธารณสุขมากพอสมควร ทั้งในเรื่องค่าตอบแทนและเรื่องอื่น ๆ .....ทำไมสายงานวิชาชีพอื่น ๆ เขาถึงยังดิ้นรนอยากบรรจุเป็นข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข ถึงกับต้องไปเดินขบวนหน้าทำเนียบรัฐบาลก็เคยมีปรากฎให้เห็น...... แต่ทำไมวิชาชีพแพทย์ถึงกับต้องบังคับกันให้เสียค่าปรับให้ใช้ทุนกันถึงจำนวน 5 ล้านบาท ???? เป็นคำถามที่คนฉลาด ๆ อย่างคุณหมอทั้งหลายน่าจะทราบคำตอบที่ถูกต้องตรงประเด็นกันดีอยู่แล้ว..... ไม่ต้องไปโทษประชาชนหรือคนในวงการวิชาชีพอื่น ๆ หรอกครับอาจารย์ ....คนกันเองทำกันเองทั้งนั้น
อะนะ • 2018-07-02, 12:59
โทษนะครับ ผมทำงานเดือนละ 400 ชั่วโมง เงินเดือนไม่ถึง 40000 ตกชั่วโมงละไม่ถึง 100 บาท ข้าวเที่ยงนี่ไม่ได้กินนะครับ กินนู่นอะ 3 โมงเย็น เริ่มทำงาน 6 โมง เลิก 6 โมงอย่างเร็ว วันไหนหนักสี่ห้าทุ่ม อันนี้ไม่ใช่เวรนะ เวรก็ยิงยาวๆไป 36 ชั่วโมง ตรงไหนคือค่าตอบแทนที่คุ้มค่าครับ โดนคนไข้ด่า โวยวายเมาใส่ขู่ต่างๆนาๆ รักษาตามมาตรฐาน guideline สากลโรคก็โดนโวยวาย บอกจะเอายานี้ยานั้นทำไมไม่จ่าย ทำไมไม่ x Ray ทำไมไม่ MRI รักษาดียังไง ตาม guideline ยังไง พอมีปัญหาไม่ได้ดั่งใจ ก็ฟ้อง ห้องละก็ไม่มีใครคุ้มหัว องค์กรณ์ก็ออกมาขอโพยขอพายเพราะคนไข้คือพระเจ้า หมอที่ทำตามมาตรฐานทุกอย่างก็ซวยไป โดยเป็นข่าวไป จะผิดจะถูก ไม่มีใครเคยสนใจหรอก เอาสะใจ เอาเห็นใจอย่างเดียว ไหนสวัสดิการที่ว่าดีนักหนา สิทธิก็มีเท่าข้าราชการทั่วๆไป ภาระงาน ภาระใจมากกว่ากี่เท่า 5 ล้านบาท กระจอกมาก ออกไปทำเอกชนแปบเดียวก็ได้ละ คนที่เค้าอยู่เค้าอยู่ด้วยใจกันทั้งนั้น แต่มาเจอคอมเมนต์แบบนี้ละมีแต่ยิ่งบั่นทอน ไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่าครับ
ชาวบ้าน • 2018-07-02, 14:44
ผมเห็นใจและเข้าใจคุณหมอหมอระดับที่ต้องทำงานหนักจริง ๆ อย่างที่คุณหมออะนะกล่าวนั้นมีอยู่จริงในประเทศนี้และก็มีอยู่จำนวนมาก แต่ก็ยังมีหมอที่ว่างงานแอบแฝงก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยด้วย ลองไปดูตามกรมกองต่าง ๆ ในส่วนกลางหรือตามองค์กรตระกูล ส.ต่าง ๆ ก็จะเห็นได้ว่า วัน ๆ หมอพวกนี้ได้ตรวจรักษาคนไข้กันบ้างหรือไม่......ปัญหาเชิงระบบเรี้อรังต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวงการแพทย์วงการสาธารณสุขเหล่านี้ ไม่ว่าจะเรื่องหมอไม่พอ หมอทำงานหนัก หมอถูกฟ้องร้อง หรือเรื่องอื่น ๆ จิปาถะ ฯลฯ ..... ผู้บริหารในเกือบทุกระดับในวงการแพทย์และสาธารณสุขที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือแพทย์เกือบทั้งสิ้น ต่างก็รู้ก็เห็นปัญหากันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมานับสิบ ๆ ปีแล้ว ทำไมถึงแก้ไขปัญหาเหล่านี้กันไม่ได้ ทำไมสาขาวิชาชีพอื่นเขาแก้ปัญหากันได้ แต่วิชาชีพแพทย์ที่ว่ากันว่าเก่งกว่า ฉลาดกว่า มีอำนาจมากกว่าวิชาชีพอื่น ๆ ในวงการสาธารณสุขถึงแก้ปัญหาเหล่านี้กันไม่ได้ คนฉลาด ๆ อย่างคุณหมอทั้งหลายก็น่าจะทราบคำตอบที่ถูกต้องตรงประเด็นกันดีอยู่แล้ว ผมถึงว่าคนกันเองทำกันเองเกือบทั้งนั้น https://mgronline.com/qol/detail/9610000064855

ความคิดเห็นล่าสุด

พิธีเปิด 2 ครั้งเลยนะ
16 ชั่วโมง 16 นาที ago
อย่า รคส.อย่างเดียว
19 ชั่วโมง 11 นาที ago
Anonymous
21 ชั่วโมง 27 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

พิธีเปิด 2 ครั้งเลยนะ
16 ชั่วโมง 16 นาที ago
อย่า รคส.อย่างเดียว
19 ชั่วโมง 11 นาที ago
Anonymous
21 ชั่วโมง 27 นาที ago
กลับด้านบน