‘รพ.ศรีธัญญายุค 4.0’ คิวออนไลน์ ผู้ป่วยพบหมอใน 20 นาที หุ่นยนต์จ่ายยาแม่นยำ ได้รับยาใน 5 นาที

Tue, 2018-07-24 10:08 -- hfocus
Print this pagePrint this page

รพ.ศรีธัญญา ปรับโฉมบริการเข้าสู่ยุคดิจิตอล 4.0 พัฒนาพื้นที่แผนกผู้ป่วยนอก เน้นความสุขสบาย สิ่งแวดล้อมเป็นมิตรส่งเสริมการหายป่วย บริการอบอุ่น นำระบบคิวออนไลน์มาใช้ ผู้ป่วยได้พบแพทย์ตรวจรักษาภายใน 20 นาที ปรับเปลี่ยนชุดผู้ป่วยในใช้สีเดียวกันชุดเจ้าหน้าที่ ฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยการทำยาดมสมุนไพร 9 กลิ่น และใช้หุ่นยนต์จัด-จ่ายยารวดเร็วและความแม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์ จะขยายผลใช้ที่แผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยจะได้รับยากลับบ้านภายใน 5 นาที

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ถ.ติวานนท์ จ.นนทบุรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตเป็นประธานเปิดงานบริการผู้ป่วยนอกโฉมใหม่ของ รพ.ศรีธัญญา เนื่องในงานระลึกถึงศาสตราจารย์นายแพทย์หลวงวิเชียรแพทยาคม ครบ 120 ปี และครบรอบ 77 ปี ของการเปิดบริการของ รพ.ศรีธัญญา ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 เป็นต้นมา

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในปีนี้กรมสุขภาพจิต มีนโยบายปรับโฉมงานบริการผู้ป่วยจิตเวชและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งมีประมาณ 7 ล้านคนทั่วประเทศ ให้ได้รับบริการดูแลรักษาอย่างสมเกียรติและครบวงจร คือการรักษาด้วยยา หรือรักษาด้วยไฟฟ้าและมีสหวิชาชีพฟื้นฟูคืนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและวิญญาณอย่างมืออาชีพจนกว่าอาการจะหายขาดหรือทุเลาขึ้น ผู้ป่วยกลับคืนสู่ครอบครัวอย่างคนปกติ และใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข สมศักดิ์ศรี

โดยให้ รพ.จิตเวชทั่วประเทศ 20 แห่ง จัดสิ่งแวดล้อมบริการอย่างเป็นมิตร บรรยากาศอบอุ่นคล้ายอยู่บ้าน ไม่น่ากลัว เพื่อให้ผู้ใช้บริการรู้สึกผ่อนคลาย เอื้อต่อการหายป่วย และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในยุค 4.0 มาเพิ่มคุณภาพบริการรวดเร็วขึ้น ประชาชนที่มีปัญหาทุกคนสามารถเดินเข้าไปใช้บริการได้อย่างสง่าผ่าเผย ซึ่งการพัฒนาที่ รพ.ศรีธัญญา ซึ่งเป็น รพ.จิตเวชที่ใหญ่ที่สุด นับว่าก้าวหน้ามาก ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการบริการของ รพ.จิตเวชยุคใหม่ เป็นต้นแบบระดับประเทศ ทั้งสถานที่บริการ ระบบบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ทันสมัย จากการสอบถามผู้ใช้บริการในวันนี้พบว่าประทับใจมาก รู้สึกสบายใจ และอบอุ่น ซึ่งกรมฯ ตั้งเป้าให้ประชาชนได้รับบริการมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ด้าน นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผู้อำนวยการ รพ.ศรีธัญญา กล่าวว่า การปรับโฉมบริการในปี 2561 เน้นเพื่อส่งเสริมการหายป่วยทางใจ ดึงดูดใจให้ประชาชนอยากมาใช้บริการแม้จะไม่ได้ป่วยก็ได้เช่นกัน ดำเนินการ 4 จุดใหญ่ คือ แผนกผู้ป่วยนอก ห้องจ่ายยา หอผู้ป่วยในทั้งสามัญและวีไอพี และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย โดยที่แผนกผู้ป่วยนอกซึ่งเป็นบริการด่านหน้าที่จะสร้างความประทับใจ ความไว้วางใจ มีผู้ป่วยใช้บริการวันละ 700 คน ได้ลดขั้นตอนบริการ ผู้ป่วยรายใหม่พบแพทย์ตรวจรักษาใน 20 นาที หากเป็นรายเก่าเพียง 5 นาที เปลี่ยนวิธีการคัดกรองประวัติอาการป่วย โดยให้ผู้ป่วยบอกอาการตัวเองว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้ป่วยกล้าเปิดตัวเอง ลดความหวาดระแวง และใช้ระบบคิวออนไลน์เรียกแทนชื่อผู้ป่วย ผู้ป่วยสามารถรับยากลับบ้านภายใน 100 นาที ตั้งเป้าจะให้เหลือเพียง 45 นาที

จัดมุมผ่อนคลายระหว่างรอรับบริการ เช่น เอกสารความรู้สุขภาพจิตเพื่อเพิ่มพลังใจ มีน้ำดื่มสมุนไพรบริการฟรี ให้ข้อมูลบริการของ รพ.ทางระบบสัมผัสอัตโนมัติ 4 จุด มีระบบ wifi ฟรี สวนหอผู้ป่วยในได้เปลี่ยนชุดผู้ป่วยให้เป็นสีเดียวกับเจ้าหน้าที่ เช่น สีเขียวอ่อน สีชมพู สีฟ้า เพื่อสร้างความรู้สึกให้กลมกลืนกัน ให้ผลดีต่อสุขภาพจิต

นพ.ศิริศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้นำระบบจ่ายยาที่ใช้ใน รพ.ทั้งหมด 705 รายการด้วยหุ่นยนต์ ป้องกันความผิดพลาดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เริ่มใช้ที่หอผู้ป่วยในที่มีวันละ 750 คนทั้งหมด 23 ตึก ใช้เวลาจ่ายเพียง 3 ชั่วโมง ลดจากเดิมที่ใช้คนจัดยาถึง 23 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการที่แผนกผู้ป่วยนอก คาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ปลายเดือนหน้า ผู้ป่วยจะได้รับยากลับบ้านภายใน 5 นาที

ส่วนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยในปีนี้ได้เพิ่มเรื่องการทำยาดมสมุนไพร 9 กลิ่น บรรเทาอาการวิงเวียน คลายเครียด สดชื่นขึ้น ได้แก่ ใบเตย ดอกบัว กุหลาบ จำปี มะลิ มะกรูด ส้ม รวมทั้งกลิ่นนม วนิลา ผู้ป่วยที่ทำจะมีสมาธิขึ้น ผ่อนคลายขึ้น และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ นอกจากนี้ยังได้ผลิตน้ำดื่มตราศรีธัญญา นำรายได้ครึ่งหนึ่งเข้ามูลนิธิ รพ.ศรีธัญญา เพื่อนำไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ป่วยยากไร้ ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 150 คน ให้พึ่งตนเองได้

Comments

Submitted by 10.0 on
ขอชื่นชมครับ...โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ควรจะได้รับปรับปรุงพัฒนา ในทุก ๆ ด้าน เช่นเดียวกับโรงพยาบาลศรีธัญญา....ถือได้ว่าเป็นต้นแบบเป็นตัวอย่างของการปฏิรูประบบการรักษาพยาบาลของ รพ.รัฐในยุค 4.0 อย่างถูกทางแท้จริง...คสช.และรัฐบาลควรส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณให้โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งดำเนินการปฏิรูปพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในแนวทางนี้ ....น่าจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่าการพัฒนาคุณภาพHAบนเศษกระดาษแบบผักชีโรยหน้า....

Add new comment