รพ.สวนปรุง พัฒนายาน้ำ “ริสเพอริโดน” รักษาโรคจิตเภท ให้ผลดี ราคาถูกกว่า 3 เท่า

ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อการแพทย์ทางเลือกแบบผสมผสาน รพ.สวนปรุง จ.เชียงใหม่ พัฒนาตำรับยาน้ำริสเพอรืโดนชนิดใส ใช้รักษาโรคจิตเภท โรคไบโพลาร์ และออทิสติก สูตรความเข้มข้นต่ำใช้สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่กินยาเม็ดยาก ไม่มีจำหน่ายในประเทศ ราคาถูกกว่า 3 เท่าตัว ผลการวิจัยประสิทธิภาพพบมีความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงเกิดกับผู้ป่วย ขณะนี้บรรจุเข้าสู่ระบบยาไทย สามารถใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตและคณะตรวจเยี่ยมรพ.สวนปรุง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ2561

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยม รพ.สวนปรุง ซึ่งเป็น รพ.จิตเวชของกรมสุขภาพจิต ขนาด 550 เตียง ดูแลรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยในจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนบน ที่มีอาการป่วยทางจิตทุกโรค และผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางพฤติกรรม อารมณ์ ที่มีอาการรุนแรง ยุ่งยากซับซ้อน เพื่อพัฒนามาตรฐานทางวิชาการและบริการผู้ป่วยด้านนี้โดยเฉพาะ พบว่าขณะนี้ได้พัฒนาทั้งระบบบริการที่มีความเป็นมิตร มีบรรยากาศสถานที่สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เอื้อต่อความรู้สึกผ่อนคลายของผู้ป่วยและญาติ

โดยกรมสุขภาพจิตได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนายา รวมทั้งผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร ที่โรงพยาบาลสวนปรุงด้วย เนื่องจากมีความพร้อมทั้งบุคลากรที่มีควมาสามารถ และมีเครื่องมือที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล เพื่อทำการศึกษาและพัฒนายาที่ใช้กับผู้ป่วยจิตเวชโดยเฉพาะทั้งจากยาแผนปัจจุบันและจากสมุนไพร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษา สร้างความปลอดภัยให้ผู้ป่วยยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่จะต้องกินยาเพื่อควบคุมอาการให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเช่นเดียวกับผู้ป่วยเรื้อรังทางกาย รวมทั้งใช้เพื่อส่งเสริมประชาชนทั่วไปให้มีสุขภาพดีด้วย

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กล่าวต่อว่า ได้รับรายงานว่า ขณะนี้ทีมศูนย์วิจัยฯได้พัฒนาสูตรยาน้ำ ริสเพอริโดน (Risperidone solution) ซึ่งเป็นยาต้านโรคจิตตัวใหม่ล่าสุด ที่องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอมริกาหรือยูเอสเอฟดีเอ (USFDA) รับรองให้ใช้รักษาโรคจิตเภท (Schizophrenia) โรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) และรักษาอาการกระสับกระส่าย (Irritability) ในเด็กที่ป่วยออทิสติก (Autism Disorders) ซึ่งยาชนิดนี้มีความปลอดภัย ใช้บ่อยในโรงพยาบาลจิตเวช และต้องซื้อจากภายนอกหรือนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งอาจมีขนาดปริมาณตัวยาไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยบางคน ในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุผลการรักษาอาจไม่ดีเท่าที่ควร

ด้านนายแพทย์ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการ รพ.สวนปรุง กล่าวว่า ยาริสเพอริโดนที่มีจำหน่ายในประเทศไทยและที่โรงพยาบาลจิตเวชใช้ขณะนี้มี 4 รูปแบบ ได้แก่ 1.ชนิดเม็ดขนาด 1 และ 2 มิลลิกรัม 2.ชนิดยาเม็ดละลายในปากขนาด 1 และ 2 มิลลิกรัม 3. ชนิดน้ำขนาดความเข้มข้น 1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และ 4.ยาฉีด ซึ่งออกฤทธิ์ในระยะยาว

ในการใช้ยาชนิดนี้รักษาผู้ป่วยกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ แพทย์ต้องระมัดระวัง และส่วนใหญ่จะสั่งใช้ยาในขนาดต่ำกว่าผู้ป่วยทั่วๆ ไป จึงได้พัฒนาตำรับยาริสเพอริโดนในรูปแบบยาน้ำใส ความเข้มข้นต่ำ (Low Concentration) 0.2 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ซึ่งยังไม่มีจำหน่ายในประเทศ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารยา และลดความเสี่ยงจากการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ด้วยวิธีการการหักแบ่งเม็ดยาหรือการตวงยาที่มีความเข้มข้นสูง หากปริมาณยาที่ได้รับมีความคลาดเคลื่อนแม้เพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยากับผู้ป่วยได้

และยังได้พัฒนาตำรับยาชนิดเดียวกันนี้ ในรูปแบบยาน้ำใส ขนาดความเข้มข้น 1 มิลลิกรัม/ มิลลิลิตร เพื่อเพิ่มทางเลือกในการสั่งใช้ยาของแพทย์ สำหรับผู้ป่วยบางรายที่จำเป็นต้องได้รับยาในขนาดที่สูงขึ้น แต่มีข้อจำกัดในการรับประทานยาเม็ดรวมถึงการสั่งใช้ยาในผู้ป่วยที่ไม่ยอมรับการเจ็บป่วยและไม่ร่วมมือในการใช้ยาด้วย

เภสัชกรหญิงวนิดา พุ่มไพศาลชัย หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม กล่าวว่า ได้ใช้ยาที่พัฒนาใหม่ 2 ชนิดนี้ ใน รพ.สวนปรุง โดยกลุ่มงานเภสัชกรรมได้ควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานเภสัชตำรับโรงพยาบาล อีกทั้งยังได้มีการศึกษาด้านความคงตัวของตำรับยา (Stability Test) และศึกษาวิจัยด้านความปลอดภัยจากการใช้ยา โดยการเฝ้าระวังและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาพบว่า ผู้ป่วยทุกรายที่ได้รับยาอย่างต่อเนื่องไม่เกิดอาการไม่พึงประสงค์แต่อย่างใด ขณะนี้ได้ขึ้นทะเบียนและได้รับรหัสยามาตรฐานของไทย (TMT) เรียบร้อยแล้ว สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยในสถานพยาบาลทั่วประเทศครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา โดยขนาด 1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร บรรจุขวด 30 มิลลิลิตร และขนาด 0.2 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร บรรจุขวด 100 มิลลิลิตร ขายในราคาเดียวกันคือ 50 บาท ถูกกว่าที่ขายในท้องตลาด 3 เท่า

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน