รัฐบาลหนุนไทยเป็นผู้นำกำจัดโรคหัด ตั้งเป้าสำเร็จในปี 63

คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เห็นชอบให้เร่งรัดกำจัดโรคหัดตามพันธะสัญญานานาชาติ ตั้งเป้าการกำจัดโรคหัดให้สำเร็จภายในปี 2563 เน้นรณรงค์ให้วัคซีนกลุ่มเสี่ยงในปี 2562 โดยใช้ 5 มาตรการสำคัญ พร้อมเผยรัฐบาลหนุนให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการกำจัดโรคหัด เพื่อให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาลได้มีการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยมีพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมได้มีการเห็นชอบให้เร่งรัดการกำจัดโรคหัดตามพันธะสัญญานานาชาติ ตั้งเป้าการกำจัดโรคหัดให้สำเร็จภายในปี 2563 เน้นรณรงค์ให้วัคซีนกลุ่มเสี่ยงในปี 2562

จากการประชุมสมัชชาอนามัยโลก เมื่อปี 2553 นานาประเทศได้มีข้อตกลงร่วมกันในการกำจัดโรคหัด มุ่งเป้าลดผู้ป่วยโรคหัดให้ไม่เกิน 1 ต่อประชากรล้านคน และไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ ภายในปี 2563 ประเทศไทยได้ดำเนินการเพื่อมุ่งเน้นการรักษาระดับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนหัด จัดตั้งเครือข่ายห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจยืนยันโรค เร่งรัดการเฝ้าระวังให้มีประสิทธิภาพ และรณรงค์ให้วัคซีนหัดในกลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา จากนั้นพบผู้ป่วยโรคหัดค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงพบผู้ป่วยโรคหัดในประเทศไทยมากขึ้นในปี 2559-2560 จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเร่งดำเนินการในเรื่องดังกล่าวนี้

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า รัฐบาลไทยสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการกำจัดโรคหัด เพื่อทัดเทียมกับนานาประเทศ กระทรวงสาธารณสุข จึงเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย โดยใช้ 5 มาตรการหลัก คือ

1) เพิ่มและรักษาระดับความครอบคลุมการได้รับวัคซีน

2) เร่งรัดการเฝ้าระวังโรคและการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ

3) เสริมสร้างความเข้มแข็งของการสอบสวนและควบคุมโรค

4) ตอบโต้การระบาดอย่างเต็มที่

และ 5) รณรงค์ให้วัคซีนโรคหัดในกลุ่มเสี่ยง

และในปี 2562-2563 มุ่งหมายรณรงค์ให้วัคซีนโรคหัดในเด็กอายุ 1-12 ปี ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ไม่ครบตามเกณฑ์ และให้วัคซีนแก่ผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยงซึ่งอยู่รวมกันเป็นหมู่มาก ได้แก่ เรือนจำ ค่ายทหาร โรงงาน สถานประกอบการท่องเที่ยว แรงงานต่างชาติ และบุคลากรทางการแพทย์

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการออกระเบียบให้นักเรียนได้รับวัคซีนก่อนเข้าเรียน ผลักดันการใช้งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพคนต่างด้าวเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กต่างด้าว ซึ่งจะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดภายในประเทศ ผลักดันให้แรงงานต่างด้าวได้รับวัคซีนหัดก่อนขึ้นทะเบียนแรงงาน รวมถึงให้บุคลากรสาธารณสุขได้รับวัคซีนหัดก่อนเข้าทำงาน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนชาวไทยปลอดภัยจากโรคหัดในอนาคตอันใกล้นี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน