กรมบัญชีกลางแจ้ง รพ.เอกชน ปรับอัตราจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยในใหม่

Thu, 2018-10-25 20:02 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมบัญชีกลางทำหนังสือแจ้ง รพ.เอกชน ปรับอัตราจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยในใหม่ ยึดตาม DRGs ฉบับที่ 6 การคำนวณค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ ให้ยกเลิกอัตราฐาน 11,213 บาทต่อหนึ่งหน่วยสัมพัทธ์ เป็น 10,897 บาทต่อหนึ่งหน่วยสัมพัทธ์แทน เริ่ม 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ลงนามในหนังสือที่ กค0416.4/ว449 เรียน ผู้อำนวยการสถานพยาบาลของเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในสถานพยาบาลของเอกชน โดยระบุว่า

ตามที่กรมบัญชีกลางได้แจ้งให้สถานพยาบาลของเอกชนทราบว่า กรมบัญชีกลางจะปรับเปลี่ยนอัตราการจ่ายค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในของสถานพยาบาลเอกชนใหม่ จากการคำนวณตามเกณฑ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRGs) ฉบับที่ 5 เป็นฉบับที่ 6.2 และขอให้สถานพยาบาลของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงผู้ป่วยใน ซึ่งมีความประสงค์ปรับปรุงค่าธรรมเนียมแพทย์และค่าธรรมเนียมพิเศษ เพื่อให้สอดรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ให้จัดส่งข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของกรมบัญชีกลางภายในระยะเวลาที่กำหนด นั้น

กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า บัดนี้ กรมบัญชีกลางได้พิจารณาค่าธรรมเนียมแพทย์และค่าธรรมเนียมพิเศษแล้วเสร็จ จึงเห็นสมควรปรับเปลี่ยนอัตราการจ่ายค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในของสถานพยาบาลเอกชนใหม่ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป และเพื่อให้การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงกับอัตราการจ่ายค่ารักษาประเภทผู้ป่วยในตามเกณฑ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRGs) ฉบับที่ 6 (Thai DRGs version 6 : TDRGs V.6) อาศัยอำนาจความในข้อ 5 วรรคหนึ่ง และข้อ 7 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน สถานพยาบาลของเอกชน ตามเกณฑ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRGs) ให้สถานพยาบาลของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการถือปฏิบัติดังนี้

1.การคำนวณค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ ให้ยกเลิกอัตราฐาน 11,213 บาทต่อหนึ่งหน่วยสัมพัทธ์ เป็น 10,897 บาทต่อหนึ่งหน่วยสัมพัทธ์แทน

2.อัตราค่าธรรมเนียมแพทย์และค่าธรรมเนียมพิเศษ ให้มีผลใช้บังคับกับผู้ป่วยที่แจ้ง PAA ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เว้นแต่ กรมบัญชีกลางจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

Add new comment