แนะดึงชุมชนเป็นฐานขับเคลื่อนหมอครอบครัว หากจำกัดแค่บุคลากรยากสำเร็จ เหตุไม่เพียงพอ

“หมอธีระ” แนะ “นโยบายหมอครอบครัว” ดึงชุมชนร่วมเป็นฐาน ขับเคลื่อนดูแลสุขภาพคนในพื้นที่ทุกมิติ ชี้หากจำกัดแค่ “บุคลากรทางการแพทย์” ยากประสบสำเร็จ เหตุกำลังไม่เพียงพอ ขณะที่การผลิต “หมอเวชศาสตร์ครอบครัว” ไม่พอรองรับเป้า 10 ปี 6,500 คน ชี้การเร่งผลิตใช้หลักสูตรอบรมระยะสั้น หวั่นกระทบคุณภาพ พร้อมระบุ สธ.ต้องใช้ตัวชี้วัดผลดำเนินงานหมอครอบครัวแตกต่าง เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ลดแรงกดดันคนทำงาน

ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์

ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบาย “หมอครอบครัว” เพื่อดำเนินการเชิงรุกด้านสุขภาพให้กับประชาชน นับเป็นแนวคิดที่ดี เพราะการตั้งรับบริการสุขภาพเฉพาะอยู่ในโรงพยาบาล นอกจากเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของประชาชนบางส่วนแล้ว ยังใช้ทรัพยากรโดยรวมที่สูงกว่า และยังมีปัญหาความแออัดจากคนไข้ที่เข้ารับบริการจำนวนมาก

ดังนั้นนโยบายหมอครอบครัวจึงเป็นแนวทางเพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล รวมถึงการป้องกันโรคได้มากขึ้น โดยการจัดให้มีทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ออกไปดูแลและให้บริการประชาชนใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาที่โรงพยาบาล แม้ว่านโยบายหมอครอบครัวจะเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในทางปฏิบัติต้องดูให้ดีว่า โครงสร้างระบบบริการสุขภาพ รวมถึงจำนวนบุคลากรที่มีอยู่ในระบบเอื้อต่อการดำเนินการหรือไม่ แม้ว่าจะมีความพยายามเร่งผลิต แต่อาจต้องใช้เวลาโดยดูความเป็นไปได้ด้วย

อย่างการประกาศเร่งผลิตแพทย์สาขาเวชศาสตร์ครอบครัวจำนวน 6,500 คนภายใน10 ปี ซึ่งปัจจุบันจะมีการผลิตแพทย์สาขานี้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การฝึกอบรมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว 3 ปี ในโรงเรียนแพทย์ ซึ่งแต่ละปีรวมแล้วสามารถผลิตได้เพียงปีละร้อยกว่าคนเท่านั้น ด้วยจำนวนการผลิตนี้ระยะเวลา 10 ปี ย่อมไม่ถึงเป้าหมาย ที่ผ่านมาจึงมีการหาวิธีเร่งผลิตที่หลากหลายวิธี อาทิ อบรมระยะสั้น ฝึกปฏิบัติงานใน รพ.ชุมชน ฯลฯ ส่งผลให้คุณภาพของหลักสูตรและบุคลากรที่เข้าอบรมมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลในทางปฏิบัติได้ และเป็นสิ่งที่ต้องระวัง

อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพคนในชุมชน ปัจจุบันมีแนวคิดที่แตกต่างจากเดิมไม่ได้จำกัดเพียงแค่เรื่องสุขภาพที่ว่าด้วยโรคเท่านั้น แต่เป็นการดูแลสุขภาพคนในทุกมิติของการใช้ชีวิต ดังนั้นหากเราออกแบบนโยบายทีมหมอครอบครัวโดยอิงเพียงบุคลากรระบบสุขภาพภายใต้กระทรวงสาธารณสุขอย่างเดียว ทั้งหมอ พยาบาล เภสัชกร ทันตบุคลากร และนักกายภาพบำบัด เป็นต้น คงไม่เพียงพอที่จะสามารถดูแลสุขภาพคนในชุมชนได้ทั้งหมดอย่างที่ได้โฆษณา เกินกำลังทีมหมอครอบครัวที่จะทำได้

“หมอครอบครัวที่มีโครงสร้างประกอบด้วยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อเปรียบเทียบกับภารกิจการดูแลสุขภาพคนในชุมชนทุกมิติ คงเป็นเรื่องยากที่จะทำสำเร็จได้ แต่หากขยายแนวคิดโดยดึงคนในชุมชนร่วมเป็นฐาน และให้ขยายสู่วิชาชีพที่หลากหลายให้เข้ามามีส่วนร่วม จะทำให้มีกำลังคนทำงานที่เพิ่มมากขึ้น เป็นการขยายแนวคิดการดูแลสุขภาพคนในชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนสามารถยืนได้ด้วยขาตนเองในระยะยาว” ผศ.นพ.ธีระ กล่าวและว่า การขยายแนวคิดหมอครอบครัวสู่ฐานชุมชน เป็นวิวัฒนาการในทางปฏิบัติหลังจากที่ได้มีการกำหนดในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การดำเนินนโยบายตรงกับความเป็นจริงและเกิดผล หากดูแล้วเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นเป็นไปได้ยาก

ต่อข้อซักถามว่า ที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายต่างๆ ลงสู่หมอครอบครัวอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดความกดดันต่อหมอครอบครัวหรือไม่ ผศ.นพ.ธีระ กล่าวว่า แน่นอนเพราะเมื่อมีการใส่นโยบายต่างๆ ด้านสุขภาพลงสู่หมอครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยฝากทั้งภาระงานและความหวังการดูแลสุขภาพประชาชนไว้ที่หมอครอบครัว ย่อมทำให้ให้คนทำงานรู้สึกกดดัน ในบางพื้นที่มีทุนเดิมสูงและดำเนินงานหมอครอบครัวมาก่อนหน้านี้ก็คงสามารถทำได้ แต่โรงพยาบาลในหลายพื้นที่เพิ่งเริ่มต้นทีมหมอครอบครัวก็ต้องเห็นใจกัน ประกอบนโยบายด้านสุขภาพจากนี้จะมีการใช้กลไกเชิงพื้นที่มากขึ้น ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายและรัฐบาลต้องตระหนักถึงความพร้อมที่แตกต่าง เมื่อมีการกำหนดนโยบายใด โปรดอย่าใช้ตัวชี้วัดเป็นมาตรฐานเดียวกัน ควรให้พื้นที่มีบทบาทกำหนดเอง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการทำงานของหมอครอบครัวในแต่ละพื้นที่เพื่อนำสู่การพัฒนาดูแลสุขภาพประชาชนภาพรวมทั้งประเทศได้อย่างทั่วถึง

Comments

ของจริง • 2018-11-19, 20:46
คิวบา … บริการปฐมภูมิที่งอกงามท่ามกลางความขาดแคลน.......... การแพทย์คิวบา...พลังศรัทธาเพื่อประชาชน........... หลังการปฏิวัติปี 1959 แพทย์คิวบาซึ่งมีอยู่ประมาณ 6,000 คนได้หนีไปอเมริกาประมาณครึ่งหนึ่ง ทำให้เกิดวิกฤตในการให้บริการทางการแพทย์อย่างรุนแรง แต่ท่ามกลางวิกฤตก็ได้สร้างโอกาสใหม่ๆในการพัฒนา คาสโตรซึ่งมุ่งมั่นจะสร้างความเป็นธรรมในสังคม ได้ใช้การศึกษาและการสาธารณสุขเป็นเสาหลักในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม มีการปรับการผลิตแพทย์ครั้งใหญ่ โดยอบรมแพทย์ทุกคนเท่าที่เหลืออยู่ในประเทศให้มีความเป็นครู แล้วเพิ่มจำนวนมหาวิทยาลัยที่ผลิตแพทย์ จากเดิมที่มีอยู่ 2 แห่งทั่วประเทศและผลิตแพทย์ได้ปีละ 60 คน จนมีมหาวิทยาลัยที่ผลิตแพทย์ในทุกจังหวัดของประเทศ และได้มีการเพิ่มการผลิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง จนสามารถเพิ่มจำนวนแพทย์ที่มีอยู่เดิมประมาณ 10,000 คนในปี 1975 เป็นประมาณ 76,000 คนในปี 2010 ส่งผลให้คิวบามีสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรในระดับที่ดีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก............. สิ่งที่มีการพัฒนาควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนแพทย์ คือ การพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อการพึ่งพาตนเอง ประมาณ 30 ปีที่คิวบาได้ปูรากฐานของวิทยาศาสตร์การแพทย์มาต่อเนื่อง มีการจัดตั้ง Scientific Pole ซึ่งรวบรวมศูนย์วิจัยและพัฒนาต่างๆไว้ในอาณาบริเวณเดียวกัน ให้ความสำคัญกับอาชีพนักวิทยาศาสตร์ และมีนโยบายที่แน่วแน่ในการพึ่งพาตนเอง จนในปัจจุบัน มีนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ใน Scientific Pole ประมาณ 10,000 คน มีผลงานด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การพัฒนา screening test ต่างๆได้กว่า 30 ชนิด การสร้างชุดตรวจด้านชีวเคมีที่สะดวกและราคาย่อมเยา การผลิตวัคซีนพื้นฐานได้หลายชนิด การผลิตยาได้ประมาณร้อยละ 70 ของยาที่ใช้ในประเทศ ทำให้สามารถจำหน่ายยาให้ประชาชนได้ในราคาที่ถูกและควบคุมต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้ดี.............. *****แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว...พลังขับเคลื่อนระบบสาธารณสุข***** นอกจากความมุ่งมั่นที่ชัดเจนในการเพิ่มจำนวนแพทย์ให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ในช่วงประมาณปี 1985 คิวบาได้นำแนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัวเข้ามาประยุกต์ใช้ในประเทศ เพื่อให้ผลิตแพทย์ที่ทำงานเพื่อสร้างสุขภาวะให้เกิดขึ้นกับคนคิวบาอย่างทั่วถึง มิใช่ทำงานเพียงเพื่อความร่ำรวยของตน และเพื่อสนับสนุนให้แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวไปทำงานในจุดที่ใกล้ประชาชนที่สุด ได้มีการจัดตั้ง Doctor’s Office (Consultario) กระจายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้ในปัจจุบัน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวประมาณ 36,000 คน (จากแพทย์ 76,000 คนทั่วประเทศ) กระจายออกปฏิบัติงานที่ Doctor’s Office ทั่วประเทศ ดูแลประชากรตั้งแต่ไม่กี่ร้อยคนถึงไม่เกิน 1,500 คน และมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวบางส่วนทำงานที่ polyclinic (ซึ่งเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในระดับที่สูงกว่า doctor’ office) ส่วนแพทย์เฉพาะทาง จะทำงานที่ polyclinic และ hospital............ provincial’s hospital municipal hospital polyclinic doctor’s office.............. การสร้างแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว............ หลักสูตรแพทย์ศาสตร์ศึกษาของคิวบา มีเนื้อหาเวชศาสตร์ครอบครัวสอดแทรกอยู่ในเกือบทุกชั้นปี โดยมีชั่วโมงการเรียนการสอนเวชศาสตร์ครอบครัวมากกว่าเมืองไทย และเน้นการไปเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงที่ polyclinic เพื่อให้เกิดการประสมประสานงานสร้างเสริมสุขภาพ งานควบคุมป้องกันโรค เข้ากับงานรักษาพยาบาล โดยมีความเชื่อว่า ศักยภาพของแพทย์เกิดจากการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงมากกว่าการท่องจำ ความรู้ในนักเรียนไม่ได้เกิดจากความรู้ครูถ่ายไปให้นักเรียน แต่เกิดจากการที่นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองภายใต้การชี้แนะของครู และแพทย์ควรรู้จักและเข้าใจผู้ป่วยเพื่อให้สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างเหมาะสม ทั้งเรื่องการดูแลสุขภาพตนเองไม่ให้ป่วย การดูแลตนเองเมื่อเจ็บป่วย และการป้องกันไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆขึ้น........... เมื่อจบการศึกษา 6 ปี แพทย์ที่จบใหม่ทุกคนจะต้องไปทำงานที่ doctor’s office หรือ polyclinic ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยในระหว่างนั้น แพทย์พี่เลี้ยงจะทำหน้าที่ครูที่ช่วยให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อครบ 2 ปี ก็จะถือว่าแพทย์ท่านนั้นได้รับวุฒิบัตรเวชศาสตร์ครอบครัว และพร้อมที่จะไปศึกษาต่อยอดในสาขาเฉพาะทางที่ตนเองสนใจต่อไป................... ภาพของ doctor’s office จะคล้ายคลึงกับคลินิกแพทย์ในประเทศไทย ใน office ไม่มี lab., ไม่มีเอกซเรย์,ไม่มีการจ่ายา (คิวบาใช้ระบบนำใบสั่งยาไปรับยาที่ร้านขายยา) ไม่มีรายงานให้ต้องบันทึกมากมาย การตกแต่งเพื่อความสวยงามมีน้อยมาก งานที่ทำ ได้แก่ การวินิจฉัยและสั่งยา การให้คำปรึกษาคำอธิบายและคำแนะนำ ตลอดจนการเยี่ยมบ้านเพื่อการดูแลสภาพแวดล้อมผู้ป่วย ส่วนการรักษาที่ซับซ้อน จะถูกส่งต่อไปรักษาที่ polyclinic หรือ hospital.................... ที่ polyclinic งานบริการน่าจะใกล้เคียงกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่มีแพทย์ประจำ แต่ที่ต่างจากเมืองไทยคือ อาคารสถานที่ไม่ได้ตกแต่งสวยงาม มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศน้อยเครื่องมาก แต่มีแพทย์ทำงานอยู่เกือบ 30 คน ทำหน้าที่ทั้งการให้บริการ การเรียนการสอน และการทำงานวิจัย งานบริการผู้ป่วยนอกมีในสาขาอายุรกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยกรรม สูตินรีเวชกรรม เวชกรรมฟื้นฟู การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก................ นอกจากนี้ ยังมีบริการปฐมภูมิอื่นที่ไม่ได้ตั้งอยู่ใน polyclinic เช่น คลินิกช่องปาก (ที่คิวบา ใช้คำนี้เพื่อบ่งว่าการดูแลครอบคลุมงานทันตกรรมและอวัยวะต่างๆในช่องปากทั้งหมด), คลินิกดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็ก, สถานรับดูแลผู้สูงอายุในเวลากลางวัน และมีหน่วยให้บริการสังคมที่เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุข เช่น บ้านพักคนชรา บ้านพักผู้พิการ สถานรับดูแลเด็กปัญญาอ่อน เป็นต้น.................. ส่วนการดูแลในระดับโรงพยาบาล จะมีโรงพยาบาลทั่วไปในระดับเทศบาลและระดับจังหวัด รวมทั่วประเทศ 82 แห่ง และมีโรงพยาบาลที่ให้บริการเฉพาะทาง (เช่น ศัลยกรรม กุมารเวชกรรม จิตเวช มะเร็ง) อีก 133 แห่ง........... ความแตกต่างที่สำคัญของระบบเวชศาสตร์ครอบครัวของคิวบากับไทย คือ............. ระบบเวชศาสตร์ครอบครัวของคิวบาขับเคลื่อนด้วยนโยบายที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ.............. จากสภาพสังคมที่ไม่มีการจัดบริการสุขภาพโดยภาคเอกชน และไม่มีการสร้างความคาดหวังบริการสุขภาพในระดับที่สูงมากผ่านสื่อโฆษณา ทำให้ความต้องการบริการสุขภาพของประชาชนอยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินไป รัฐบาลจึงยังสามารถจัดบริการตอบสนองได้ไม่ยากนัก เมื่อถามคนคิวบาว่าระบบบริการสุขภาพมีคุณภาพหรือไม่ ถ้าเป็นแพทย์ก็จะตอบว่า มีคุณภาพ โดยดูได้จากอายุคาดเฉลี่ย และอัตราตายมารดาและทารก ถ้าถามประชาชนทั่วไป ก็จะตอบว่ามีคุณภาพ โดยดูจากการได้รับการรักษาจนหาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งคำตอบเหล่านี้สะท้อนความคิดของคนคิวบาว่า คุณภาพบริการสุขภาพที่ดี คือ การที่ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และงานบริการสุขภาพที่ดีส่งผลให้มีชีวิตที่ยืนยาว................ กระบวนการพัฒนาคุณภาพเป็นเรื่องการกำกับติดตามภายในของแต่ละหน่วยงาน ยังไม่มีหน่วยงานที่ให้การรับรองคุณภาพสถานพยาบาลในลักษณะหน่วยงานภายนอก............. มีการออกแบบกระบวนการที่ชัดเจนในการเชื่อมงานเวชศาสตร์ครอบครัวเข้ากับบริการในระดับที่สูงกว่า โดยนักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องผ่านการฝึกงานเวชศาสตร์ครอบครัว จากการฝึกปฏิบัติที่ polyclinic และเมื่อจบมาทำงานแล้ว ก็ต้องเริ่มงานที่ doctor’s office หรือ polyclinic โดยแพทย์ที่ doctor’s office จะถูกจัดอยู่ในทีมปฏิบัติการให้บริการทีมใดทีมหนึ่งของ polyclinic ที่รับผิดชอบ doctor’s office นั้น มีการประชุมร่วมของทีมปฏิบัติการให้บริการเป็นประจำทุกเดือน และแพทย์ที่ doctor’s office จะมาอยู่เวรที่ polyclinic เดือนละหลายครั้ง ซึ่งช่วยสร้างความเป็นทีมและการสื่อสารระหว่างหน่วย นอกจากนี้ แพทย์ที่ polyclinic ก็จะออกไปตรวจที่ doctor’s office ที่ตนรับผิดชอบเดือนละครั้ง และไปอยู่เวรที่โรงพยาบาลในพื้นที่ด้วย.............. ผู้ปฏิบัติงานเวชศาสตร์ครอบครัวไม่ต้องพะวงกับเรื่องเงินทองมากนัก เพราะผู้ป่วยไม่มีการเสียค่ามารับบริการ ไม่ว่าจะเป็นการมารับบริการที่ doctor’s office, polyclinic หรือโรงพยาบาล ส่วนการวางแผนงบประมาณที่จะใช้จ่ายจะได้รับการดูแลที่หน่วยในระดับเทศบาล เรื่องยาก็ถูกกระจายไปดูแลที่ร้านยาที่ตั้งอยู่นอกหน่วยบริการ ยามีราคาถูกและลักษณะเม็ดยาเหมือนกันทั่วประเทศ เพราะส่วนใหญ่ผลิตได้เองในประเทศโดยรัฐ แพทย์จึงมีเวลาในการดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมาพะวงว่าจะเก็บเงินค่ายาเหรือค่าบริการจากใครในราคาเท่าไร.................... คิวบาให้ความสำคัญกับการสร้างให้แพทย์เป็นครูและเป็นนักวิจัยพร้อมไปกับการเป็นแพทย์ มีการสอดแทรกเนื้อหาที่ชัดเจนในการสอนความเป็นครูเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรแพทย์ และมีการกระตุ้นให้แพทย์ทุกคนในทุกระดับทำงานวิจัยที่ง่ายๆไม่ยุ่งยากซับซ้อน............. ระบบรายงานมีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่เปลี่ยนบ่อย เน้นการวัดผลที่ระดับสถานะสุขภาพของประชาชน แพทย์สำนึกถึงความสำคัญของบทบาทตนในเรื่องข้อมูลรายงาน และมีศักยภาพที่จะวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลได้ ทำให้การจัดเก็บข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ แม้ว่าระบบจะใช้เทคโนโลยีขั้นพื้นฐานในการจัดเก็บข้อมูล............. บทส่งท้าย.................. คิวบาต้องต่อสู้มาเป็นระยะเวลายาวนาน กว่าจะพึ่งพิงตนเองได้ในระดับนี้ และเอกราชที่ได้มาก็ต้องแลกด้วยชีวิตผู้คนจำนวนมาก และทุกวันนี้ ถ้าวัดด้วยสายตาของทุนนิยม คนคิวบาก็มิได้มีความเป็นอยู่ที่ดีนัก แต่คนคิวบาส่วนใหญ่ที่ได้สัมผัส ก็ภาคภูมิใจในความเป็นคิวบา และมีความสุขความพึงพอใจในชีวิตของตน สิ่งเหล่านี้กระตุกให้กลับมาใคร่ครวญถึงความเป็นไทย ที่ถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยเงินทองมากเหมือนในประเทศที่เจริญแล้ว แต่ก็มีเอกราชและความภาคภูมิใจที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ไม่ต้องเผชิญกับการรุกรานอย่างซึ่งหน้าและการกดขี่โดยตรงจากประเทศมหาอำนาจเหมือนที่คนคิวบาต้องประสบมา.............. ต้องขอบคุณคิวบาที่ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และกระตุ้นให้สำนึกถึงคุณค่าความเป็นไทที่คนไทยมีอยู่ ส่วนเรื่องเวชศาสตร์ครอบครัวที่ได้ไปเรียนรู้มา ก็น่าจะช่วยกระตุ้นให้แพทย์ไทยเกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาบริการสุขภาพที่มีความทั่วถึงและเป็นธรรมให้เกิดขึ้นบนพื้นแผ่นดินไทยต่อไป............ https://sites.google.com/site/bannhso9/home/reuxng-raw-ban-khxng-rea-9-14/reuxng-raw-khxng-ban-rea-lekh-thi-9-14/khiwbabrikarpthmphumithingxkngamthamklangkhwamkhadkhaeln
ของจริงในไทย • 2018-11-20, 20:57
"โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จัดทำโครงการ 30,000 เตียง".................ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าโครงการ โรงพยาบาล 30,000 เตียง เป็นโครงการหนึ่งที่โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้เปิดดำเนินการให้บริการแก่ประชาชนในเขตเทศบาล โดยมีเป้าหมายหลักคือ การให้การดูแลรักษาประชาชนที่ป่วยเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคชรา ผู้ป่วยจิตเวช และอื่นๆ ที่ไม่สะดวกในการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ทั้งในเรื่องของการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ปัญหาผู้ดูแล รวมถึงปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพอีกด้วย ซึ่งโครงการโรงพยาบาล 30,000 เตียง จะให้บริการโดยยึดเอาบ้านเรือนในเขตเทศบาลซึ่งมีอยู่จำนวน 30,000 กว่าครัวเรือน เป็นเตียงผู้ป่วย ซึ่งเป็นบริการเชิงรุก เพื่ออำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายและให้บริการที่ครอบคลุมทั่วถึง โดยเปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. – 16.00 น. นักกายภาพออกเยี่ยมร่วมกับทีมพยาบาล ทุกวันจันทร์-วันอังคาร เวลา 08.00 น. – 12.00 น.ให้บริการคลินิกพิเศษโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ร่วมทีมแพทย์ พยาบาลและเภสัชกร วันจันทร์-วันพุธ เวลา 13.00 น. – 16.00 น. ให้บริการออกเยี่ยมบ้าน สมาชิก 30,000 เตียง และผู้ป่วยส่งต่อจากโรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และโรงพยาบาลอื่นๆ จะให้บริการทำหัตการที่บ้าน เช่น เจาะเลือด ฉีดยา ทำแผล เปลี่ยนสาย NG tube เปลี่ยนสาย Foley s catheter ให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ญาติ และผู้ดูแลผู้ป่วย เรื่องโรค การรักษาอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติตัว การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ให้บริการยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการดูแลรักษา เช่น เตียงผู้ป่วย ที่นอนลม รถเข็น ชนิดนั่ง ไม้เท้าสี่ขา ถังออกซิเจน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 075-356014 , 075-344789 http://www.nakhoncity.org/news_ad5/show_detail.php?sId=417

ความคิดเห็นล่าสุด

...
harry williams
2 วัน 1 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

...
harry williams
2 วัน 1 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน