‘เพื่อไทย’ ชู รพ.บ้านแพ้วโมเดล ‘30 บาทเฟส 2’ รพ.ออกนอกระบบ

Thu, 2019-01-17 18:36 -- hfocus
Print this pagePrint this page

"สุดารัตน์" นำทีมเพื่อไทย ชู รพ.บ้านแพ้วโมเดล รพ.ออกนอกระบบแห่งเดียวของไทย เดินหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค เฟส 2 ด้วยกระจายอำนาจ รพ.ออกนอกระบบ ตามนโยบายรักษาคุณภาพ ยาดี ไม่ต้องรอคิว สร้างขวัญกำลังใจหมอพยาบาล

เว็บไซต์ไทยรัฐรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ม.ค.62 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยพร้อมด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรค, นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค, นายดนุพร ปุณณกันต์ และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เปิดตัวว่าที่ผู้ลงสมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 3 พ.ต.อ.วิเลข ศรีนิเวศน์ ใน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เพื่อพบปะและพูดคุยกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ จากนั้นจึงได้ลงพื้นที่บริเวณตลาดริมคลองบ้านแพ้ว

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์ที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยนั้นก็คือ เรื่องของการให้บริการทางด้านการแพทย์ และการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับบริการที่รวดเร็วทันสมัย ตามยุทธศาสตร์ชูโรงที่ว่า “สร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า บริการดี ยาดี ไม่ต้องรอคิว” โดยมีการประยุกต์เอาเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาให้บริการทางการแพทย์ ทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพทัดเทียมกัน ซึ่งในอดีตสมัยยุคของ นายกฯทักษิณ นั้นเคยทำสำเร็จมาแล้วกับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ส่วนในปัจจุบันพรรคเพื่อไทยจะพาเดินสู่เฟส 2 ก็คือเดินไปสู่การสร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า

"เนื่องจากที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแล้วสภาพก็ลุ่มๆ ดอนๆ มาโดยตลอด ฉะนั้นในครั้งนี้เราจึงได้นำเสนอโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในเฟสที่ 2 หรือเรียกว่าเป็นก้าวใหม่ของ 30 บาท ที่จะมุ่งไปสู่การสร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า ด้วยการให้บริการที่ดี ยาที่ดี ไม่ต้องรอคิว แล้วก็มุ่งไปสู่การกระจายอำนาจที่จะคืนโรงพยาบาลทั่วประเทศให้กับประชาชน โดยมีโมเดลที่คล้ายๆ กับบ้านแพ้ว" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

ประธานยุทธศาสตร์ฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวด้วยว่า โดยพรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นว่าคนไทยต้องมีสุขภาพดี และเชื่อมั่นว่าโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคนั้นไม่ได้เป็นตัวทำให้ระบบการให้บริการทางการแพทย์ล้มละลายเสียหายอย่างที่มีผู้นำทางการเมืองบางคนเคยกล่าวไว้ และพรรคเพื่อไทยยังเชื่อมั่นอีกว่างบประมาณที่นำมาใช้เพื่อการสร้างสุขภาพที่ดีของคนไทยนั้น สำคัญกว่าการซื้อเรือรบแน่นอน

ทั้งนี้วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์โพสต์ facebook คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ระบุว่า

ก้าวต่อไปของสามสิบบาท สู่การสร้างสุขภาพดีถ้วนหน้า “รักษาคุณภาพ ยาดี ไม่ต้องรอคิว สร้างขวัญกำลังใจหมอพยาบาล” “ชูโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เป็นต้นแบบกระจายอำนาจ #คืนโรงพยาบาลให้ประชาชน”

Comments

Submitted by ค่อนข้างมั่นใจ on
ผมค่อนข้างมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก และน่าจะได้เป็นแกนนำจัดในการตั้งรัฐบาล .......... และน่าจะได้เข้ามากุมอำนาจในกระทรวงสาธารณสุข มาแก้ไขปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาสานต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน มั่นคงและยั่งยืน ประชาชนผู้รับบริการพึงพอใจที่ได้รับริการที่มีคุณภาพมาตรฐานสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ........ แพทย์พยาบาลและผู้ให้บริการสุขภาพทุกสาขามีความสุข ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ไม่เหลื่อมล้ำมากนักในระหว่างวิชาชีพทางด้านให้บริการสุขภาพด้วยกัน ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากรัฐ ........... โรงพยาบาลของรัฐในระดับอำเภอทุกอำเภอโรงพยาบาลชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความสามารถในการให้บริการรักษาพยาบาลใกล้เคียงกับโรงพยาบาลจังหวัด มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาหลักครบทุกสาขา เช่นเดียวกับโรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาชน) ครบทุกอำเภอ ..........โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล(รพ.สต.)ทุกแห่ง ได้รับการพัฒนาให้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และกระจายอำนาจโอน รพ.สต.ทุกแห่งให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้รับการพัฒนา เช่นเดียวกับ สถานีอนามัย(รพ.สต.)บึงยี่โถ ปทุมธานี........หวังว่าท่านสุดารัตน์และพรรคเพื่อไทยจะทำได้สำเร็จ.

Submitted by Anonymous on
**‘สุดารัตน์’ แนะ สปสช.จัดงบใหม่แก้ปัญหา รพ.ขาดทุน**---------------------------------------------------------- นสพ.เดลินิวส์ : ‘คุณหญิงสุดารัตน์’ เผยหลักประกันสุขภาพปัจจุบันมีหลักการผิดเพี้ยนจากเดิม ระบุปัจจุบันนี้ รพ.ได้รับงบน้อย แนะจัดสรรเงินเข้าสู่ รพ.เพื่อดำเนินการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ตามแนวทางของ สธ. สปสช. และเขตสุขภาพประชาชน แจงปัจจุบันพบมีการนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายมั่ว สปสช.เอาเงินไปทำเอง ตั้งโครงการสะแสะปะ ทำให้เงินถูกดูดออกมาจาก รพ. แจงก่อนให้ประชาชนร่วมจ่าย จ้องจัดสรรเงินให้เหมาะสม ให้ถึง รพ. อย่าหายออกจากระบบ มั่นใจ 2,500 บ. คือค่าหัวสูงสุดที่ควรจะเป็น ............... นสพ.เดลินิวส์ : เมื่อวันที่ 11 เม.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการเรียกร้องให้ประชาชนร่วมจ่ายสมทบในโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ 30 บาทรักษาทุกโรคเพื่อแก้ปัญหา รพ.ขาดสภาพคล่อง ว่า ในฐานะที่เป็นคนริเริ่มโครงการนี้เห็นแล้วไม่สบายใจ เพราะหลักการผิดเพี้ยนไปจากเดิม ที่ออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนรู้จักหน้าที่ในการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง ควบคู่กับการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ว่ามีสิทธิในการรักษาฟรีก็ไปรักษาฟรีเท่านั้น ดังนั้นงบประมาณในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้จะต้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. จัดสรรงบประมาณให้กับ รพ.อย่างเหมาะสมและเพียงพอ เพราะวันนี้ รพ.ได้รับงบประมาณน้อยมากเท่ากับในช่วงที่ได้รับงบประมาณเพียง 1,300 บาทต่อหัว ในขณะที่ปัจจุบันได้รับงบประมาณสูงถึง 2,895 บาท ............. 2. จัดสรรเข้าสู่ รพ.เพื่อดำเนินการเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรค ตามแนวทางของ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และเขตสุขภาพประชาชนร่วมกัน ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก เพราะปัจจุบันพบว่ามีการนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายมั่ว สปสช.เอาเงินไปทำเอง มีการตั้งโครงการต่างๆ สะเปะสะปะ ไม่เป็นรูปธรรม ทำให้เงินถูกดูดออกมาอยู่ในโครงการเหล่านี้จำนวนมาก ซึ่งเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนกับผู้ปฏิบัติงานจริงๆ จึงน่าเห็นใจ รพ.ทุกระดับที่ได้รับเงินรายหัวไม่เพียงพอในขณะที่งบประมาณเพิ่มมากกว่าถึงเท่าตัว และ 3. จัดสรรไปใช้เพื่อการปรับปรุงศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์ (Excellent Center) ร่วมกัน จัดหาเครื่องมือต่างๆ ให้กับรพ.ต่างๆ ทั้ง รพ.ใหญ่และ รพ.เล็ก อย่างเพียงพอ ดังนั้นอยากให้นั่งคุยกัน พิจารณาตัวเงินงบประมาณทั้งหมด และจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม สนับสนุนงบประมาณให้ รพ.อย่างเพียงพอ เพราะเป็นหน้าด่านที่ทำงานทั้งด้านส่งเสริม ป้องกัน และรักษาโรค ............. "ก่อนจะให้ประชาชนร่วมจ่าย คุณจัดงบประมาณให้เหมาะสมให้ถูกต้อง เงินที่คุณเอาไปทำโครงการต่างๆ เอาไปโฆษณานู่นนี่นั่น เอากลับมารวมให้ถึงประชาชนจริงๆ อย่าให้หล่นเบี้ยบ้ายรายทาง เอาตรงนี้ให้จบก่อนแล้วค่อยมาคิดว่าจะร่วมจ่ายหรือไม่ร่วมจ่าย เพราะวันนี้เงินหายออกไปจากระบบ เงินจากต้นทางไม่ได้ลงไปสู่ประชาชนโดยตรงผ่าน รพ. เอาตรงนี้กลับมาก่อน ขาดเท่าไหร่ค่อยมาว่ากัน พี่มั่นใจว่าเงิน 2,500 บาทต่อหัวคือสูงสุดที่ควรจะเป็น แถม รพ.ยังจะได้รับ 1,500 บาทเป็นอย่างน้อย" อดีต รมว.สาธารณสุข กล่าว............ ที่มา : นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 13 เม.ย. 2558 (กรอบบ่าย) https://www.hfocus.org/content/2015/04/9730

Add new comment