ค้าน ‘คสช.’ ผุด ‘ซูเปอร์บอร์ดสุขภาพ’ ชี้พ่อทุกสถาบัน ชงรัฐบาลใหม่ลดเหลื่อมล้ำระบบสุขภาพ

“ภาคประชาสังคม” เสนอพรรคการเมืองลดเหลื่อมล้ำระบบสุขภาพ-เลิกเก็บเงิน ณ จุดบริการ ชงแก้กฎหมายบัตรทอเปิดช่องประชาชนมีส่วนร่วมงานส่งเสริมป้องกันโรค-ปลดล็อคเลข 13 หลักช่วยเหลือผู้มีปัญหาสถานะได้รับสิทธิ ค้าน พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งซูเปอร์บอร์ด

น.ส.บุญยืน ศิริธรรม

น.ส.บุญยืน ศิริธรรม อดีตกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ในฐานะภาคประชาสังคม กล่าวในเวทีเสวนามองไปข้างหน้า “พรรคการเมืองกับการสร้างหลักประกันสุขภาพเพื่อคนไทยทุกคน” ซึ่งอยู่ภายใต้งานรำลึก 11 ปี นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิมิตรภาพบำบัด เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2562 ตอนหนึ่งว่า อยากจะชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพที่ชัดเจนว่า ข้าราชการก็เป็นคน ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมก็เป็นคน ประชาชนที่ใช้สิทธิระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ก็เป็นคนเหมือนๆ กัน เหตุใดเมื่อล้มป่วยเป็นโรคเดียวกันแต่กลับไม่ได้รับการรักษาที่เหมือนกัน เหตุใดต้องมีการแบ่งแยกว่ายาชนิดนี้สำหรับข้าราชการ ยาชนิดนี้สำหรับประชาชน

“ทำไมต้องมีการแบ่งชนชั้นกัน เพราะทุกคนเป็นคนเหมือนกัน และทุกคนในประเทศนี้ก็เสียภาษี นักการเมืองหรือรัฐบาลชุดใดก็ตามก็ใช้ภาษีจากประชาชนบริหารประเทศ ไม่เคยมีใครหรือรัฐบาลใดที่ใช้ทรัพย์สมบัติหรือมรดกของตัวเองมาบริหารประเทศ ดังนั้นการบริหารภาษีของประชาชนก็ควรบริหารให้เกิดความเท่าเทียมกันทุกคน ไม่ใช่มาตีตราว่านี่คือข้าราชการ นี่คือคนทั่วไปที่ไม่ใช่ข้าราชการ สิ่งนี้คือเรื่องความเท่าเทียมในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” น.ส.บุญยืน กล่าว

น.ส.บุญยืน กล่าวว่า พรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่จะมาบริหารประเทศในอนาคต ต้องจัดทำนโยบายเพื่อไม่ให้เกิดการเก็บค่ารักษาพยาบาล ณ จุดบริการ หรือเก็บเงินหน้างานที่โรงพยาบาล ส่วนตัวมีประสบการณ์ตรงคือเข้าไปรับรักษาพยาบาลด้วยระบบสงเคราะห์ ก็ต้องเข้าไปทนรับฟังคำตำหนิว่าเหตุใดจึงไม่มีเงินรักษาพยาบาล หรือตอนที่ไปรอรับยาให้มารดา ค่ายา 150 บาท แต่ตัวเองมีเงินแค่ 100 บาท ทางโรงพยาบาลจึงแก้ปัญหาด้วยการเทยาออกมาส่วนหนึ่ง สิ่งนี้คือสถานการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้วในประเทศไทย

นอกจากนี้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ได้เขียนล็อกเอาไว้ว่าผู้ที่มีสิทธิต้องมีเลขบัตรประชาชน 13 หลักเท่านั้น นั่นทำให้คนไทยที่มีปัญหาด้านสถานะบุคคลไม่สามารถเข้าถึงสิทธิอันพึงมีได้ ตรงนี้อยากเสนอให้พรรคการเมืองหรือผู้บริหารประเทศในอนาคตแก้ไขปัญหา เพื่อให้สิทธิบัตรทองเป็นของคนไทยทุกคนที่อยูในผืนแผ่นดินนี้

“วาทกรรมสร้างนำซ่อมเป็นอีกเรื่องที่ต้องแก้ไข ในกฎหมายกองทุนหลักประกันมีเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรค แต่กลับกำหนดเอาไว้ว่าต้องให้หน่วยบริการเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น ทั้งที่เรื่องสุขภาพดีเป็นเรื่องของประชาชน ต้องเปิดช่องให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริมป้องกันโรคด้วย เพราะถ้าเรื่องสุขภาพต้องฝากไว้ที่โรงพยาบาลอย่างเดียว เราก็จะเจ็บป่วยกันอยู่อย่างนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากเรื่องแก้กฎหมายใน 2 ประเด็นนี้” น.ส.บุญยืน กล่าว

น.ส.บุญยืน กล่าวต่อไปว่า ในภาพกว้างแล้วต้องฝากเรื่องทิศทางการพัฒนาประเทศซึ่งไม่ต้องทำลายสุขภาพ เพราะถึงแม้ว่ารัฐบาลจะจัดงบประมาณเพื่อดูแลสุขภาพมากแค่ไหน แต่ยังมีนโยบายที่ทำลายสุขภาพ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน เหมืองแร่ ฯลฯ คนก็จะป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการป่วยไข้ที่ไม่ได้เกิดจากประชาชนเอง แต่ประชาชนกลับถูกทำให้ป่วย ดังนั้นการพัฒนาต้องไม่ทำลายล้างประชาชน

“การพัฒนาคือความเจริญ แต่ถ้าเจริญแล้วประชาชนอยู่ไม่ได้ ประชาชนก็ไม่ต้องการการพัฒนา” น.ส.บุญยืนกล่าว และสนับสนุนให้พรรคการเมืองมีนโยบายสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแท้จริง

น.ส.บุญยืน กล่าวว่า พรรคการเมืองไม่ควรมองประชาชนเป็นภาระ เพราะประชาชนหากินจากอาชีพและหยาดเหงื่อของตัวเองแทบทั้งสิ้น ประชาชนไม่เคยเป็นภาระใคร มีแต่คนอื่นที่เป็นภาระประชาชน และอีกประเด็นที่อยากจะฝากไว้คือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความพยายามที่จะออกกฎหมายซูเปอร์บอร์ดสุขภาพ (คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ) หรือในภาษาอาชีวะคือ “พ่อทุกสถาบัน” หมายความว่าซูเปอร์บอร์ดนี้จะสามารถแทรกแซงการทำงานของทุกบอร์ดได้ เช่น บอร์ด สปสช.คิดอะไรมา แล้วซูเปอร์บอร์ดบอกว่าไม่พอใจก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นเราจึงขอคัดค้านการตั้งซูเปอร์บอร์ด ฝากรัฐบาลในอนาคตด้วย

Comments

แกล้งโง่ • 2019-01-20, 21:12
quote: (....อยากจะชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพที่ชัดเจนว่า ข้าราชการก็เป็นคน ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมก็เป็นคน ประชาชนที่ใช้สิทธิระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ก็เป็นคนเหมือนๆ กัน...เหตุใดเมื่อล้มป่วยเป็นโรคเดียวกันแต่กลับไม่ได้รับการรักษาที่เหมือนกัน เหตุใดต้องมีการแบ่งแยกว่ายาชนิดนี้สำหรับข้าราชการ ยาชนิดนี้สำหรับประชาชน ) ______________________________________________________________________________________________ ทำไมไม่ไปถาม สปสช.ของพวกมุงเองละครับว่าทำไมไม่ขยายสิทธิ กำหนดสิทธิ ให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทองให้ใช้ยาเช่นเดียวกับข้าราชการ สปสช.ของพวกมุงอำนาจล้นฟ้ากำหนดสิทธิขยายสิทธิบัตรทองยังไงก็ได้ ไม่ให้เหลื่อมล้ำ หรือให้เหนือกว่า ให้ดีกว่า ให้วิเศษกว่าสิทธิข้าราชการก็ยังได้ https://mgronline.com/daily/detail/9600000062758 ........ไม่เชื่อพวกมุงลองไปดูผู้บริหารและพนักงาน สปสช. ว่าเาพวกเขาใช้สิทธิรักษาพยาบาลดีกว่าพวกมุง ดีกว่าข้าราชการยังไง ........... เขาทำได้แต่ไม่ทำให้พวกมุงหรอก เพราะไม่งั้นพวกมุงก็ไม่เรียกร้องเป็นแผ่นเสียงตกร่องให้รวม 3 กองทุน.......ก็อดกินหัวคิวเพิ่มอีกนับพันล้านกันพอดี.. _____________________________________________________________________________________________ เหตุใด พนักงาน-ผู้บริหาร สปสช. จึงไม่ใช้สิทธิบัตรทอง? https://mgronline.com/daily/detail/9600000062758
พ่อส.อยากคุมทุก... • 2019-01-21, 05:17
นสพ.ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2560 มีข้อความตอนหนึ่งที่น่าสนใจว่า..... "เพิ่มเติมจาก Yongyuth Chaiyapong จากการที่ได้มีโอกาสได้เข้าไปทำงานสำคัญระดับประเทศงานหนึ่ง ในการประชุมในทำเนียบรัฐบาลนั้น ได้มีโอกาสเข้านั่งในที่ประชุมในฐานะอนุกรรมการนั้นเป็นประสบการณ์ของชีวิตที่ได้เห็นการรวมกลุ่มของผู้อาวุโสในกระทรวงสาธารณสุขที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้นและอดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขอีกสองท่านก็ทำให้เข้าใจชัดไปอีกว่าอะไรเป็นอะไร ........... จากการได้มีโอกาสพบปะกับท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขอีกท่านในขณะที่ดำรงตำแหน่งนั้น ก็ทำให้ได้เข้าใจชัดว่าจะไม่มีการไปคัดง้างหรือแข็งข้อกับกลุ่มของศาสดาเอกโดยเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงภัยอันตรายต่อชีวิตราชการอย่างใหญ่หลวง .............. ความพยายามในการกุมอำนาจมีมาโดยตลอด ไม่ว่าในส่วนของการบริหารจัดการที่ใช้เงินในมือเป็นปัจจัยหลักในการบีบ ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการเป็นตัวบีบด้วยกระบวนการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข การให้ทุนสนับสนุนการทำงานวิจัยไม่ว่าจะเป็นในส่วนของระบาดวิทยาคลินิก ระบาดวิทยาชุมชน และการสาธารณสุข ตลอดจนการจัดทำระบบสถิติสุขภาพ ............ ที่เมื่อตรวจสอบพฤติกรรมก็พบว่าเป็นการรวบอำนาจในทางวิชาการจนมาถึงจุดหนึ่งก็นำมาซึ่งรูปแบบการใช้ประโยชน์ในการหลอกลวงสาธารณชนและรัฐบาลเพื่อให้ได้มาซึ่งความชอบธรรม การสนับสนุนจากมวลชน และการได้มาซึ่งงบประมาณจากรัฐบาลและพรรคการเมือง จนถึงขนาดที่ว่าสามารถกุมอำนาจไว้จนไม่มีรัฐบาลไหนกล้าแตกหักกับคนกลุ่มนี้ แม้กระทั่งรัฐบาลทหารในยุคปัจจุบันที่เก่งกล้าสามารถและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและหลายภาคส่วนอย่างหนักทั้งทางตรงและทางอ้อม ............ ที่อธิบายมายาวขนาดนี้ก็เพียงเพื่ออยากจะเรียนให้ได้รับทราบกันไว้ถึงข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับว่ารูปแบบที่ดีในการแก้ไขปัญหาที่หลายท่านหลายฝ่ายได้นำเสนอนั้นถึงแม้รัฐบาลจะรับทราบ จะเข้าใจ ............ แต่...ก็เป็นที่น่าเศร้าสลดว่าประเทศไทยคงต้องทนทุกข์จากการกระทำของคนกลุ่มนี้ไปอีกนาน เพราะรากฐานของปัญหาที่แท้จริงนั้นคือการแย่งชิงอำนาจที่กระทบไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ." ........... เครดิต ที่มา: อ่านเพิ่มเติมได้ที่ นสพ.ไทยรัฐ https://www.thairath.co.th/content/926477
พ่อส.คุมทุกสถาบัน • 2019-01-21, 10:00
ทุกวันนี้พวกคุณพ่อส.คุมทุกสถาบันของพวกมุงก็คุมทุกสถาบันอยู่แล้วมิใช่หรือ ???? พวกมุงเกรงกลัวว่าซุปเปอร์บอร์ดสุขภาพ คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะมาแย่งอำนาจ อิทธิพล ขัดขวางผลประโยช์ของเครือข่ายคุณพ่อส.คุมทุกสถาบันของพวกมุงอย่างนั้นหรือ??????

ความคิดเห็นล่าสุด

ทำได้!แต่ทำหรือไม่?
14 ชั่วโมง 6 นาที ago
ทำได้!แต่ทำหรือไม่?
1 วัน 1 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

ทำได้!แต่ทำหรือไม่?
14 ชั่วโมง 6 นาที ago
ทำได้!แต่ทำหรือไม่?
1 วัน 1 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน