ชมรม ผอ.รพ.สต.หนุนถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ชี้พร้อมกว่าทั้งคนเงินของและความก้าวหน้า

ชมรม ผอ.รพ.สต.หนุนโมเดลถ่ายโอน รพ.สต.ยกพวงบริการทั้งจังหวัดไปสังกัด อบจ. ชี้มีความพร้อมทั้งคน เงิน ของ โอกาสก้าวหน้ามีมากกว่าท้องถิ่นขนาดเล็ก แต่มีเงื่อนไขว่าถ่ายโอนไปแล้วต้องไม่ถูกบังคับให้รักษาการหัวหน้า รพ.สต. 2-3 ปีก่อนจะขึ้นตำแหน่งนักบริหารสาธารณสุขได้

นายสมศักดิ์ จึงตระกูล ประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ผอ.รพ.สต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการกระจายอำนาจถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ไปอยู่กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วงสิ้นสุดแผน 2 ของ พ.ร.บ.กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และในระหว่างนี้คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมการเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติแผน 3 เพื่อบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ต่อ

ขณะเดียวกันได้มีการตั้งคณะทำงานเตรียมการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โดยมีผู้แทนจาก อบจ. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ ผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนจากชมรม ผอ.รพ.สต. เป็นคณะทำงาน โดยคณะทำงานได้มีการประชุมกันหลายครั้ง ซึ่งในส่วนของของชมรม ผอ.รพ.สต.มีทิศทางว่าการถ่ายโอน รพ.สต. ไป อปท. ควรถ่ายโอนไปแบบพวงบริการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือ อปท.ขนาดใหญ่ เนื่องจากมีความพร้อมและศักยภาพทั้งคน เงิน ของสูงกว่า อปท.ขนาดเล็ก และการถ่ายโอนไปเป็นพวงบริการทั้งจังหวัดยังยึดโยงเจ้าหน้าที่ที่ทำงานใน รพ.สต. ได้เหมือนเดิม

นายสมศักดิ์ ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ อปท.มีสัดส่วนรายจ่ายประจำไม่เกิน 40% ซึ่ง อบจ.มีสัดส่วนรายจ่ายประจำอยู่ที่ประมาณ 30% นิดๆ แต่หากเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือ อปท. ขนาดเล็ก มีรายจ่ายส่วนนี้เกือบ 40% แล้ว จึงเป็นอุปสรรคในการสนับสนุนเรื่องคนเงินของแก่ รพ.สต. นอกจากนี้ต้องยอมรับว่าการที่บุคลากรสาธารณสุขจะย้ายไปสังกัดท้องถิ่นก็ต้องมองเรื่องความก้าวหน้าและขวัญกำลังใจ ในอดีตที่ผ่านมาพบว่าโอกาสก้าวหน้าของบุคลากรใน รพ.สต. 51 แห่งที่ถ่ายโอนไปสังกัด อปท. ก่อนหน้านี้ยังมีน้อยอยู่ ไม่มี ผอ.รพ.สต.คนไหนได้ระดับชำนาญการพิเศษหรือซี 8 แต่ถ้าไปสังกัด อบจ. ก็มีโอกาสที่จะได้ซี 8 สูงกว่าเพราะไม่ติดเรื่องจำนวนเม็ดเงิน และผู้บังคับบัญชาระดับผู้อำนวยการกองหรือปลัดอบจ. มีซีสูงกว่าลดหลั่นตามลำดับ

อย่างไรก็ดี เงื่อนไขที่ ชมรม รพ.สต. ได้หารือกับสมาคม อบจ. คือการที่ รพ.สต. โดยเฉพาะผู้อำนวยการ รพ.สต. จะโอนย้ายไปเป็นบุคลากรท้องถิ่น มีความจำเป็นต้องไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมายระเบียบและหลักเกณฑ์บางฉบับของท้องถิ่น โดยหากจะถ่ายโอนไปอยู่กับ อบจ. บุคลากร รพ.สต. ต้องไม่ไปนั่งรักษาการในตำแหน่งในระยะเวลาที่ท้องถิ่นนั้นกำหนด เช่น บังคับว่าต้องไปนั่งรักษาการในตำแหน่งหัวหน้า รพ.สต. 2-3 ปีแล้วจึงจะสามารถเข้าสู่ตำแหน่งนักบริหารสาธารณสุขได้ ซึ่งถ้าจะให้ รพ.สต. ถ่ายโอนไปได้ต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์เหล่านี้

ขณะเดียวกันยังมีประเด็นอื่นๆ เช่น การถ่ายโอนก็ต้องถ่ายโอนลูกจ้างไปด้วย หรือโครงสร้างอัตรากำลังขนาด S M L ทางท้องถิ่นควรเอาไปใช้ได้เลยแล้วเติมคน เงิน ของ ให้สอดคล้องกับกรอบโครงสร้างซึ่ง รพ.สต.เคยใช้ขณะที่ยังอยู่กับกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเอง แน่นอนว่าต้องการให้ รพ.สต.อยู่กับกระทรวงต่อ อย่างไรก็ดี มันมีความจำเป็นที่ รพ.สต.ต้องเตรียมพร้อมในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในข้างหน้าเพราะเป็นกฎหมาย เมื่อกฎหมายกำหนดให้ไป ทิศทางการกระจายอำนาจกำหนดให้ไป รพ.สต.ก็ต้องไป แต่ต้องไปภายใต้เงื่อนไขที่เตรียมพร้อม ถ้า รพ.สต.อยู่เฉยๆ ทางท้องถิ่นก็จะไม่ทราบว่าต้องการอะไร ติดขัดอะไร ทางชมรม ผอ.รพ.สต.จึงจำเป็นต้องหารือกับ อปท. ในเรื่องเหล่านี้เตรียมไว้ก่อน

Comments

อ.หมออนามัย • 2019-04-09, 18:32
ผมมองว่า อปท.อย่าง อบจ.ก็น่าจะต้องการให้ รพสต.ไปอยู่ในสังกัดด้วยอยู่ด้วยไม่น้อย เพราะ รพสต.ทั่วประเทศมีมวลชนที่เข้มแข็งอย่างเครือข่าย อสม.ในสังกัดในความดูแลสนับสนุนประสานงานนับล้านคน ......... พวกนักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นต่างก็ให้ความสำคัญ พยายามเอาใจหาคะแนนนิยมจาก อสม. เป็นเป้าหมายสำคัญเป้าหมายหนึ่ง .............. ตัวอย่างเช่นก่อนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อสม.ก็ได้รับค่าตอบในอัตราที่เพิ่มขึ้นจาก 600 บาท เป็น 1000 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นเกือบ 70 % ตกเบิกย้อนหลังกันทั่วหน้า ........... แต่ผมเชื่อว่า หัวเด็ดตีนขาดกลุ่มผู้มีอำนาจระดับสูงในวงการสาธารณสุขคงจะไม่ยอมให้ รพสต.ส่วนใหญ่ทั่วประเทศโอนไปสังกัด อบจ.หรอกครับ ............ ไม่ใช่เพราะรักเพราะห่วง รพสต.แต่เขาคงหวงพลังมวลชน อสม.ทั่วประเทศมากว่า ............ ถ้าหาก สธ.จะยอมให้ รพสต.โอนไปสังกัด อบจ.ได้บ้าง ก็อาจจะเป็น อบจ.จังหวัดเล็ก ๆ บางจังหวัดโดยข้ออ้างให้เป็นตัวอย่างจังหวัดนำร่อง เพื่อไม่ให้ขัดกับนโยบายกระจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ............... แล้วหลังจากนั้นก็คงจะเกียร์ว่างศึกษาผลกระทบรวบรวมข้อมูลไปอีก 10 - 20 ปี เมื่อกระแสลดลงแล้วเรื่องก็ค่อย ๆ เงียบหายไป ........... คล้าย ๆ กับสถานการณ์การกจะจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ............หาก รพสต.ทั่วประเทศมีความตั้งใจจริง ๆ ที่จะโอนไปสังกัด อบจ.(มิใช่แค่การสร้างกระแสเพื่อต่อรองอะไรบางอย่างกับ สธ.) ก็คงจะต้องรวมกลุ่มรวมพลังต่อสู้ดิ้นรนผลักดันกันพอสมควร คงจะต้องใช้ความพยายามกันไม่น่าจะน้อยไปกว่าตอนผลักคันให้เกิด พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน 2556.
ประมวล แสนมงคล • 2019-04-10, 02:57
การโอนย้ายควรสอบถามบุคลากรสาธารณสุขในภาพรวม ไม่ใช่ยึดถือความเห็นแค่ ผอ.รพ.สต. ที่ใช้ ซี.8 ของตัวเองเป็นเงื่อนไขต่อรอง

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerdum
10 ชั่วโมง 12 นาที ago
Rogerdum
10 ชั่วโมง 14 นาที ago
Rogerdum
10 ชั่วโมง 19 นาที ago
Rogerdum
10 ชั่วโมง 22 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerdum
10 ชั่วโมง 12 นาที ago
Rogerdum
10 ชั่วโมง 14 นาที ago
Rogerdum
10 ชั่วโมง 19 นาที ago
Rogerdum
10 ชั่วโมง 22 นาที ago
กลับด้านบน