ฉุดไม่อยู่ ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในสหรัฐฯ พุ่งแซงจีน สู่อันดับ 1 ของโลก

Fri, 2020-03-27 21:28 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นิวยอร์ก, 26 มี.ค. (ซินหัว) — ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) รายงานว่าสหรัฐฯ มีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ได้รับการยืนยันผล 82,404 ราย เมื่อนับจนถึงเวลา 18.00 น. ตามเขตเวลาทางตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.)

ศูนย์ฯ ระบุว่าสหรัฐฯ ได้แซงหน้าจีนกลายเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโควิด-19 มากที่สุดในโลก

ศูนย์ฯ เผยว่าทั่วสหรัฐฯ มีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 รายภายในเวลาไม่ถึง 5 ชั่วโมง รัฐนิวยอร์กได้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯ โดยพบผู้ป่วยถึง 37,802 ราย ตามมาด้วยรัฐนิวเจอร์ซีย์ 6,876 ราย และรัฐแคลิฟอร์เนีย 3,802 ราย

สหรัฐฯ มียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งหมด 1,178 ราย โดยพบผู้เสียชีวิตในนครนิวยอร์ก 281 ราย และในคิงส์เคาน์ตี รัฐวอชิงตัน 100 ราย

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ชี้ว่าจีน (จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน) มีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 82,034 ราย เมื่อนับจนถึงเวลา 18.00 น. ตามเขตเวลาทางตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.)

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) รายงานว่าเมื่อนับจนถึงเวลา 24.00 น. ตามเวลากรุงปักกิ่งในวันพุธ (25 มี.ค.) จีนมีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันผลในจีนแผ่นดินใหญ่ 81,285 ราย เขตบริหารพิเศษฮ่องกง 410 ราย เขตบริหารพิเศษมาเก๊า 30 ราย และไต้หวัน 235 ราย

ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ระบุว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันผล 526,044 ราย และมีผู้เสียชีวิต 23,709 ราย

ภาพจาก https://gisanddata.maps.arcgis.com/

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม