สหพันธ์แบคออฟฟิศ สธ. ร้อง “นายกฯ” ดูแลความก้าวหน้า-บรรจุ ขรก.บุคลากรสายสนับสนุนบ้าง

Tue, 2020-05-05 19:52 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สหพันธ์แบคออฟฟิศ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าเรียกร้องขอ สธ. ดูแลความก้าวหน้าของบุคลากรสายสนับสนุนและการบรรจุข้าราชการ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และความก้าวหน้าในอาชีพ รุดยื่นหนังสือ “นายกรัฐมนตรี” พิจารณาจัดสรรการบรรจุเป็นข้าราชการ จากตำแหน่งที่เหลือบรรจุสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 หรือบรรจุเป็นข้าราชการในรอบต่อไป พร้อมให้ยกเลิกบัญชีจำแนกตำแหน่ง ในสายงานของส่วนราชการที่จะยุบเลิก

นายชาติชาย เดชรัตน์ ประธานสหพันธ์แบคออฟฟิศ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่ ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการบรรจุข้าราชการเพิ่มเติม จากที่เป็นพนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จำนวน 45,684 คน นั้น ยังมีบุคลากรสายสนับสนุนบริการอีกจำนวน 28 สายงาน รวมไปถึงกลุ่มลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข ที่ปฏิบัติงานของสายงานสนับสนุนบริการ จำนวน 100,000 กว่าคน ไม่ได้รับการเหลียวแลและบรรจุเป็นข้าราชการในครั้งนี้เลย

ดังนั้น จึงขอให้ดูแลสร้างขวัญและกำลังใจให้ทั่วถึงและเป็นธรรม เนื่องจากปฏิบัติงานในหน้าที่ดูแลสถานการณ์ โรคระบาดโควิด-19 เช่นเดียวกัน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้ไปยื่นหนังสือ ถึง พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล โดยขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาสั่งการให้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาจัดสรรการบรรจุเป็นข้าราชการของสายงานสนับสนุนด้วย จากตำแหน่งที่เหลือจากการบรรจุข้าราชการในครั้งนี้ หรือการบรรจุเป็นข้าราชการในรอบต่อไป และให้ยกเลิกบัญชีจำแนกตำแหน่งในสายงานของส่วนราชการที่จะยุบเลิก ดังนี้

1. พิจารณาการบรรจุลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) และลูกจ้างในสายงานสนับสนุนบริการ “ที่มีวุฒิ" บรรจุเป็นข้าราชการ

2. พิจารณาการบรรจุ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างชั่วคราว สายงานสนับสนุนบริการ ในตำแหน่ง “ที่ไม่มีวุฒิ” ให้บรรจุเป็นลูกจ้างประจำ

3. พิจารณาเรื่องความก้าวหน้าของข้าราชการ ตำแหน่ง “นักจัดการงานทั่วไปโรงพยาบาลชุมชน” ให้มีความก้าวหน้าได้ถึงระดับชำนาญการพิเศษเหมือนกับข้าราชการกรมอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทุกระดับของโรงพยาบาลชุมชน

4. พิจารณาเรื่องความก้าวหน้าของ “ข้าราชการสายสนับสนุนในประเภททั่วไป” ให้มีความก้าวหน้าในระดับอาวุโส

5. พิจารณาเรื่องความก้าวหน้าของข้าราชการ “ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป” ให้มีความก้าวหน้าได้ถึงระดับเชี่ยวชาญเหมือนกับข้าราชการกลุ่มอื่นที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล

6. ให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งกองสายงานสนับสนุนบริการขึ้นมาใหม่อีก 1 กอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ดูแลข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างชั่วคราวสายสนับสนุน ที่ไม่ได้รับการดูแลทั้งความก้าวหน้าในตำแหน่ง การบรรจุเป็นข้าราชการ หรือบรรจุเป็นลูกจ้างประจำตามข้อเสนอข้อ 1-6 แยกออกจากสายวิชาชีพเป็นการเฉพาะ

“ที่ผ่านมา มีการรวมตัวเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ 29 ม.ค. 2559 และเคลื่อนไหวติดตามตลอด ต่อมาวันที่ 22 เม.ย. 2562 ก็ได้ไปยื่นข้อเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับเครือข่ายสาธารณสุข 31 องค์กร รวมถึงทำหนังสือขอเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2563 ตามที่ ครม. มีมติบรรจุข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข เรื่องโรคระบาดโควิด-19 แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมา ล่าสุดวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา จึงไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล” ประธานสหพันธ์แบคออฟฟิศ กระทรวงสาธารณสุข กล่าว

ทั้งนี้ สหพันธ์แบคออฟฟิศ กระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย ข้าราชการสายสนับสนุนหลายตำแหน่ง เช่น หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไปโรงพยาบาลชุมชน รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ และข้าราชการสายทั่วไป เช่น เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี เจ้าพนักงานพัสดุ เจ้าพนักงานธุรการ ตลอดจนลูกจ้างทุกประเภท ได้แก่ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน ลูกจ้างชั่วคราวรายวัน ซึ่งรวมแล้วมีประมาณ 100,000 กว่าคนทั่วประเทศ ปฏิบัติงานอยู่ทั้งโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสังกัดกรมอื่นๆ ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข

Comments

Submitted by อย่าไปคาดหวัง on
ในอนาคต ถ่าหากประเทศเราไม่มีไวรัสโคโรน่า โควิด-19 ระบาดอีกครั้ง ผมเชื่อว่าบัณฑิตทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข จะมีเพียงสาขาวิชาชีพเดียวเท่านั้นที่จะได้บรรจุเป็นข้าราชการ ....... เพราะปีนี้ก็เริ่มมีตัวอย่างให้เห็นไปแล้ว 1 สาขาวิชาชีพ คือบัณฑิตเภสัชกรจบใหม่ได้บรรจุเป็นลูกจ้างประเภทพนักงานราชการกันทุกคนทั่วหน้า.

Submitted by จากมติครม. on
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติอนุมัติและเห็นชอบในหลักการตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงสาธารณสุข เสนอ ดังนี้ 1.ขออัตราข้าราชการตั้งใหม่เพื่อบรรจุบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จำนวน 24 สายงาน รวมทั้งสิ้น 38,105 อัตรา 2.ขออัตราข้าราชการตั้งใหม่เพื่อบรรจุนักศึกษาผู้สำเร็จการศึกษาในปี 2563 จำนวน 5 สายงาน รวมทั้งสิ้น 7,579 อัตรา โดยทั้ง 2 ข้อนี้ให้ไปกำหนดหลักเกณฑ์โดยยึดกรอบและอัตรากำลังที่ ครม.อนุมัตินี้ จากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งจะต้องแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ โดยหลังจากผ่านการพิจารณาของ คปร.แล้ว ไม่ต้องกลับที่การพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) อีก ให้ถือว่ามีผลผูกพัน และ ก.พ.จะเป็นผู้บรรจุวาระเข้า ครม.เอง เพื่อให้ ครม.รับทราบตามที่ได้อนุมัติ 3.คัดเลือกบรรจุบุคคลซึ่งมิได้สำเร็จการศึกษาในวุฒิที่ ก.พ. กำหนดคัดเลือกบรรจุเข้ารับราชการตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว17 ลงวันที่ 19 กันยายน 2562 https://www.hfocus.org/content/2020/04/18898

Submitted by จากมติครม. on
เมื่อวันที่ 15 เม.ย.63 นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติอนุมัติตามมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เสนอดังนี้คือ ........................................................................................................................................................................................................ เรื่อง การเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ และมาตรการเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นสำหรับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขรองรับภาวะฉุกเฉินในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามมติคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ เสนอ ดังนี้ คปร. ในการประชุมครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 ได้พิจารณาเรื่อง การขอเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ และมาตรการเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่น สำหรับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข รองรับภาวะฉุกเฉินในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 แล้ว มีมติดังนี้ 1) การจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่เพื่อบรรจุบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข หรือลูกจ้างชั่วคราว) ที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 24 สายงาน รวมทั้งสิ้น 38,105 อัตรา 1.1) เห็นชอบให้จัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ รวม 38,105 อัตรา เพื่อบรรจุบุคคลดังกล่าวเข้ารับราชการให้ตรงตามตำแหน่งงานที่จ้างอยู่เดิม อย่างไรก็ดี หากภายหลังบริบทของงานเปลี่ยนแปลงไป ให้กระทรวงสาธารณสุขเสนอ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข ปรับเปลี่ยนสายงานของอัตราข้าราชการตั้งใหม่ที่จะจัดสรรเป็นสายงานบริการทางการแพทย์อื่น ๆ ได้ตามความจำเป็น แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินจำนวนกรอบอัตรากำลังตามที่ คปร. กำหนด และจะต้องสอดคล้องกับแผนปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข โดยให้บรรจุในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่มีวุฒิคัดเลือกก่อนกลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่จะต้องสอบแข่งขัน และถือว่าอัตราข้าราชการตั้งใหม่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบรรจุบุคลากรตามแผนปฏิรูปกำลังคนฯ ด้วย 1.2) เห็นชอบให้กำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งที่ได้รับจัดสรรแล้ว ให้ยุบเลิกตำแหน่งพนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข หรือลูกจ้างชั่วคราวตามจำนวนที่ได้บรรจุบุคคลเข้ารับราชการและให้กระทรวงสาธารณสุขปรับรูปแบบการจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุขโดยเน้นเฉพาะการจ้างงานสนับสนุนทั่วไปเท่านั้น และให้กระทรวงสาธารณสุขรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนสายงาน การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ตลอดจนการยุบเลิกตำแหน่งที่จ้างงานด้วยรูปแบบอื่นให้ คปร. ทราบด้วย 1.3) เห็นชอบให้ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข แบ่งการกำหนดตำแหน่งอัตราข้าราชการ ตั้งใหม่เป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ให้กำหนดตำแหน่งเพื่อรองรับการบรรจุกลุ่มบุคลากรที่ให้บริการในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยตรง รวม 25,051 อัตรา ภายในเดือนพฤษภาคม 2563 ระยะที่ 2 ให้กำหนดตำแหน่งเพื่อรองรับการบรรจุกลุ่มบุคลากรที่สนับสนุนการให้บริการในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวม 5,616 อัตรา ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไป ระยะที่ 3 ให้กำหนดตำแหน่งเพื่อรองรับการบรรจุกลุ่มบุคลากรที่ให้บริการหรือสนับสนุนการให้บริการในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ รวม 7,438 อัตรา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการโอนเงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีและเงินนอกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขมาตั้งจ่ายเป็นเงินเดือนและค่าตอบแทนของบุคลากรที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการดังกล่าวตามจำนวนวงเงินงบประมาณงบบุคลากรที่จะใช้ เพื่อลดการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเงินงบกลาง ตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอต่อที่ประชุม 2) การจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่เพื่อบรรจุนักศึกษาผู้สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2563 จำนวน 5 สายงาน รวมทั้งสิ้น 7,579 อัตรา 2.1) ตำแหน่งนายแพทย์และทันตแพทย์ เห็นชอบให้จัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งนายแพทย์และทันตแพทย์ให้กับสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับการบรรจุนักศึกษาวิชาแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ ที่เป็นนักศึกษาคู่สัญญากับกระทรวงสาธารณสุขและสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2563 รวม 2,792 อัตรา โดยเป็นตำแหน่งนายแพทย์ จำนวน 2,157 อัตรา และตำแหน่งทันตแพทย์ จำนวน 635 อัตรา และให้นำจำนวนอัตราข้าราชการตำแหน่งนายแพทย์ที่ได้รับจัดสรรตามข้อ 1) มานับรวมเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนตำแหน่งนายแพทย์ตามเป้าหมาย ที่กำหนดในแผนปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่ง คปร. จะจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งนายแพทย์และตำแหน่งทันตแพทย์ให้เป็นปีสุดท้ายด้วย ทั้งนี้ หากกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องบรรจุนักศึกษาคู่สัญญาของนักศึกษาวิชาแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์เป็นข้าราชการต่อไป ให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนความต้องการอัตรากำลัง และแสดงความจำเป็นพร้อมกับแผนการใช้ประโยชน์ว่าจะใช้ตำแหน่งดังกล่าวในการปฏิบัติภารกิจตามแผนงานหรือยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อให้ คปร. พิจารณาต่อไป 2.2) ตำแหน่งเภสัชกร เห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุขบรรจุนักศึกษาวิชาเภสัชศาสตร์ที่เป็นนักศึกษาคู่สัญญาของกระทรวงสาธารณสุขเป็นพนักงานราชการแทนการบรรจุเป็นข้าราชการตามมติ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมครั้งที่ 9/2562 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 และให้นำจำนวนอัตราข้าราชการตำแหน่งเภสัชกรที่ได้รับจัดสรรตามข้อ 1) มานับรวมเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนตำแหน่งเภสัชกรตามเป้าหมายที่กำหนดในแผนปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยยังไม่จัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตามที่ขอ 2.3) ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพและนักวิชาการสาธารณสุข เห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาทบทวนเหตุผลความจำเป็นของภารกิจ จัดทำแผนกำลังคนรองรับและแสดงความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปกำลังคนฯ เพื่อให้อัตราข้าราชการที่จะขอตั้งใหม่มีความชัดเจนทั้งภารกิจและหน่วยงานที่จะปฏิบัติ รวมถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ โดยจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับอัตรากำลังที่ได้รับจัดสรรและหากมีความจำเป็นให้จัดทำรายละเอียดเสนอ คปร. ในโอกาสต่อไป 3) การคัดเลือกบรรจุบุคคลซึ่งมิได้สำเร็จการศึกษาในวุฒิที่ ก.พ. กำหนดให้คัดเลือกบรรจุเข้ารับราชการตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 19 กันยายน 2562 เห็นชอบให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาดำเนินการตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เพื่อคัดเลือกบรรจุบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเป็นกรณีที่มีเหตุพิเศษเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยไม่ต้องดำเนินการสอบแข่งขัน ทั้งนี้ ให้หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ของผู้ที่จะบรรจุเข้ารับราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ. และคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้เดิม ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008.1/154 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2556 และ ที่ นร 1012.2/235 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2560 แล้วแต่กรณี https://www.hfocus.org/content/2020/04/18983

Add new comment