สถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษป่วยกว่า 3.1 หมื่นราย อายุพบมากสุด 15-24 ปี

Sun, 2020-05-31 14:09 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กรมควบคุมโรคแนะยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” ป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ กินอาหารปรุงสุกใหม่ กรณีเก็บไว้นานเกิน 2 ชม.ต้องอุ่นก่อนรับประทาน

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษในประเทศไทย ปี 2563 พบผู้ป่วยแล้ว 31,890 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ 15-24 ปี รองลงมาคือ อายุมากกว่า 65 ปี และ 25-34 ปี ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเป็นกลุ่มก้อน 2 เหตุการณ์ ไม่มีผู้เสียชีวิต คือ จังหวัดพะเยา พบในชุมชน มีผู้ป่วย 79 ราย อาหารสงสัยที่เป็นสาเหตุของการระบาด คือ ลาบเนื้อดิบ และจังหวัดจันทบุรี พบในเรือนจำ มีผู้ป่วย 103 ราย อาหารสงสัย ได้แก่ ปลาร้า หน่อไม้ ปูแสมดอง

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน อาจทำให้อาหารบูดหรือเน่าเสียได้ง่าย ประกอบกับพฤติกรรมการทำอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ รับประทานอาหารสุกๆดิบๆ หรืออาหารสำเร็จที่ปรุงมาเป็นระยะเวลานานแล้วไม่นำมาอุ่นก่อนรับประทาน กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ อาหารที่เก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมงต้องนำมาอุ่นก่อนรับประทานทุกครั้ง เลือกบริโภคอาหาร น้ำดื่ม และน้ำแข็งที่สะอาด ไม่รับประทานอาหารที่ปรุงจากสัตว์หรือพืชที่มีพิษ เลือกซื้อวัตถุดับที่สด สะอาดและมีคุณภาพ ใช้ช้อนกลางส่วนตัวตักอาหารเมื่อรับประทานร่วมกัน และก่อนหยิบจับอาหารควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง

สำหรับผู้ประกอบอาหารต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและปรุงอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ใช้หน้ากากอนามัยปิดจมูกและปาก สวมหมวกคลุมผม เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคไปสู่อาหาร สำหรับอาการของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ จะคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ ปวดศีรษะ คอแห้งกระหายน้ำ อาจมีไข้ได้ ในรายที่มีอาการถ่ายอุจจาระมาก ผู้ป่วยอาจมีภาวะช็อกหมดสติได้ การช่วยเหลือเบื้องต้น ควรให้จิบสารละลายเกลือแร่โอ อาร์ เอส บ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

Add new comment