เอฟทีเอ ว็อทช์ จับตาประชุมศก. 10 ก.ค. ถกปมร่วม CPTPP

Thu, 2020-07-09 12:39 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

เอฟทีเอ ว็อทช์ ชวนปชช.จับตาประชุมครม.เศรษฐกิจ 10 ก.ค. นี้ มีความเป็นไปได้ถกปม CPTPP พร้อมขอรัฐบาลรอผลการศึกษาจากกรรมาธิการ และฟังเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือ เอฟทีเอ ว็อทช์ โพสต์เฟซบุ๊ก FTA Watch ระบุถึงการประชุมเศรษฐกิจในวันที่ 10 ก.ค. มีความเป็นไปได้ที่จะเสนอประเด็นเรื่องความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP โดยเนื้อหาที่โพสต์ คือ

“มีความเป็นไปได้ที่ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งนี้จะมีการนำเอาประเด็นเรื่อง #CPTPP เข้ามาหารือกันใน ครม.เศรษฐกิจ เพราะในต้นเดือน ส.ค.นี้จะมีการประชุมรัฐมนตรีของชาติ #CPTPP " นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ รองโฆษกรัฐบาล ถึงความเป็นไปได้ที่ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) วันศุกร์ที่ 10 #CPTPP) ของประเทศไทย โดยในการประชุมครั้งนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเข้าร่วมประชุมด้วย

เฟซบุ๊ก FTA Watch ยังระบุ ว่า จับตาดูว่าจะมีการพิจารณาเพื่อเร่งให้คณะรัฐมนตรีเร่งแจ้งเพื่อเข้าร่วมการเจรจาให้ทันในการประชุม CPTPP ในเดือนสิงหาคมนี้จริงตามกระแสข่าวดังกล่าวหรือไม่ ? และน่าจับตาว่าแกนนำของพรรคการเมืองใดที่เป็นผู้เสนอดังกล่าว ? อย่างไรก็ตาม รายงานเบื้องต้นของกรรมาธิการเท่าที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ชี้ให้เห็นความห่วงกังวลต่อผลกระทบต่อเรื่องเกษตรและการเข้าถึงยา อีกทั้งเสนอให้มีการยืดเวลาการศึกษาออกไปอีก 60 วัน ดังนั้นหากมีการเสนอให้มีการพิจารณาตามกระแสข่าวดังกล่าวจริง นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจต้องเป็นผู้รับผิดชอบอย่างเต็มที่

ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา มิใช่เพียงประชาชนส่วนใหญ่ องค์กรของเกษตรกร องค์กรด้านสาธารณสุข เท่านั้นที่คลางแคลงใจต่อเหตุผลการเข้าร่วม CPTPP เพราะแม้แต่อดีตรัฐมนตรีที่ดูและเกี่ยวกับประเด็นเกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ และสาธารณสุข หลายท่าน รวมทั้งอดีตผู้อำนวยการใหญ่ WTO และเลขาธิการ UNCTAD ก็มีคำถามต่อรัฐบาลและกลุ่มผู้ผลักดันเช่นเดียวกัน

“เอฟทีเอ ว็อทช์ เรียกร้องให้รัฐบาลต้องรอผลการศึกษาจากกรรมาธิการ และเปิดโอกาสให้สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายพิจารณาผลการศึกษาเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และฟังเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจใดๆเกี่ยวกับกรณี CPTPP”

 

Add new comment