“หมอเจตน์” เผยนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ต้องยึดหลักการเดิม “ใกล้บ้าน ใกล้ใจ ใกล้ที่ทำงาน”

Thu, 2020-08-27 14:39 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กมธ. สธ. วุฒิสภา หารือ “อนุทิน” ขับเคลื่อนงานปฏิรูปสาธารณสุข เน้นหน่วยบริการปฐมภูมิให้บริการครอบคลุมลดความแออัด รพ.ใหญ่ ขณะที่ “หมอณรงค์” อดีตปลัดสธ. ชงกระจายอำนาจหลักประกันสุขภาพสู่พื้นที่

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) หารือร่วมกับคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา มี นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา และ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ เพื่อร่วมหารือการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุข

นายอนุทิน กล่าวว่า  ในวันนี้ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้มาหารือและติดตามการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะด้านการแพทย์ปฐมภูมิ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญถือเป็นหัวใจหลักในการให้บริการขั้นพื้นฐานในระดับชุมชน มีการประชุมกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขเป็นระยะ และผลักดันให้ “คนไทยทุกครอบครัวมีหมอประจำตัว 3 คน” ได้แก่ หมอประจำบ้าน หมอสาธารณสุข และหมอครอบครัว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพใกล้บ้าน  และได้รับฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ฯ พร้อมนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

นพ.เจตน์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโครงการบัตรทอง มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งมีประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมาก แต่ก็มีประเด็นปลีกย่อย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของโครงการทั่วไปที่มีปัญหาเล็กน้อยก็แก้ไขกันไป แต่ประเด็นที่มาวันนี้ คือ การปฏิรูป ซึ่งทางรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ซึ่งประชุมไป 2-3 ครั้ง ซึ่ง ส.ว.ก็มีอนุกรรมาธิการที่ติดตาม และเสนอแนะการปฏิรูปประเทศเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ปฐมภูมิ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปฏิรูป แม้จะเป็นงานปกติที่กระทรวงฯ ทำ แต่เราอยากเร่งรัดให้ทำเร็วขึ้น และให้ประชาชนเข้าถึงอย่างครอบคลุม เพราะการจะลดความแออัดจากโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) ไปสู่หน่วยบริการปฐมภูมิ ทั้ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) รวมทั้ง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ช่วยในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค จะเป็นตัวช่วยในการลดความแออัดของการรับบริการได้

นพ.เจตน์ กล่าวถึงกรณีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ว่า เข้าใจว่ายังเป็นนโยบาย แต่จริงๆ ต้องทดลองก่อนในการที่จะผลักดันโครงการอะไร หรือปรับเปลี่ยนโครงการอะไรที่ใช้ทั้งประเทศ เพราะยังไม่รู้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่า หลักการของบัตรทองคือ ใกล้บ้าน ใกล้ใจ ใกล้ที่ทำงาน ซึ่งเป็นหลักการที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก ดังนั้น ถ้าวันหนึ่งจะเปลี่ยนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนก็อาจต้องทดลอง หรือค่อยๆปรับเปลี่ยน และดูผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญต้องยึดหลักการเดิม คือ “ใกล้บ้าน ใกล้ใจ ใกล้ที่ทำงาน” ไม่เช่นนั้นจะเกิดการกระจุกตัวของผู้ป่วยมาใช้บริการด้วย

ด้าน นพ.ณรงค์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือ การปฏิรูปในเรื่องการกระจายอำนาจให้กับเขตพื้นที่ในเรื่องของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และให้ประชาชนมาร่วมบริหารโรงพยาบาล หลักๆ คือ ลดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาการบริหารในรูปนี้ยังไม่ชัดเจน โดยหลักแล้วกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่ เพื่อให้พื้นที่บริหารโดยมีประชาชนมาร่วมในการกำหนดทิศทาง เพราะแต่ละพื้นที่จะมีปัญหาแตกต่างกันไป หากให้พื้นที่มาดำเนินการตรงนี้เองจะช่วยแก้ปัญหาได้

 

Comments

Submitted by 30บาทรักษาทุกที่ on
บริการสุขภาพใกล้บ้านใกล้ใจใกล้ที่ทำงานเป็นความฝันของคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะไม่อยากเสียเวลาในการเดินทาง เสียเวลาในการทำงาน เสียเงินเป็นค่าพาหนะมากขึ้น ค่ากินค่าอยู่ของตัวผู้ป่วยเองและญาติมิตร แต่...ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า บริการสุขภาพใกล้บ้านใกล้ใจใกล้ที่ทำงานนั้นต้องมีจำนวนเพียงพอ ต้องมีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีเครื่องไม้เครื่องมือ มีสถานที่ มีหน่วยบริการที่เพียงพอ แพทย์ พยาบาลและบุคลากรสาขาวิชาชีพต่าง ๆ พร้อมให้บริการ ไม่ขาดแคลน .... ทุกวันนี้คนไข้ที่เคย รพ.นัดมาตรวจติดตามอาการและมารับยากับโรงพยาบาลเป็นประจำทุก 2-3 เดือน เมื่อถูกบังคับให้กลับไปรับยาที่ รพสต. ใกล้บ้าน หลายคนทำตาละห้อย บางคนก็น้ำตาไหล การตรวจรักษาโรคเป็นศิลปะของหมอแต่ละท่านแต่ละหมอ หน่วยบริการสุขภาพไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมรักษาโรค เป็นความพึงพอใจระหว่างคนไข้กับหมอกับพยาบาลผู้ให้บริการ ต้องมองที่ความพึงพอใจของคนด้วย ไม่ใช่มองแต่โรคที่เขาเป็นเขาป่วยอย่างเดียว ชาวบ้านต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขมากมายที่ถูกกำหนดโดยนักวิชาการในห้องแอร์บนหอคอยงาช้าง จึงทำให้ 30 บาทรักษาทุกโรคในทุกวันนี้จึงแทบจะไม่ต่างจากระบบอนาถาที่ท่าน รมว.สธ.ต้องการแก้ไขพัฒนา .......นอกจากนี้นโยบาย30 บาทรักษาได้ทุกที่ เป็นนโยบายที่ช่วยสนับสนุนการการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยส่วนใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในยุคที่เรายังพอควบคุม COVID-19 ได้อยู่ ....... ทุกวันนี้ผู้มีสิทธิบัตรทองจำนวนไม่น้อยที่ต้องการไปท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่ก็มีความกังวลว่าถ้าหากตัวเขาเองและคนในครอบครัวเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้นมาที่ไม่ถึงระดับฉุกเฉินวิกฤตในขณะที่ไปท่องเที่ยงจังหวัดอื่น ก็ไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองในการรักษาพยาบาลได้ สปสช.และรัฐบาลต้องจัดการแก้ไขปัญหาข้อจำกัดประเด็นนี้ให้ได้ ......นโยบาย 30 บาทรักษาได้ทุกที่ของ ท่านอนุทิน รมว.สธ.จึงน่าจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวได้ดีที่สุด.

Submitted by name on
กรณีฉุกเฉินนี่ผ่านไปได้เลยคับเพราะทุกวันนี้ หรือ ก่อนทุกวันนี้สิทธิบัตรทอง30บาท ใช้ได้ทุกที่ในกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว ใกล้ที่ไหน เข้าที่นั่นได้หมด ไม่ว่าจะเป็น รพ.รัฐ หรือ เอกชน (อันนี้พึ่งเพิ่มใหม่)นะครับคุณ..... จะไปเที่ยวทั่วประเทศ ก็ใช้ได้ ใช้แบบนี้มานานแล้วตั้งแต่มีบัตรทองมาและก็ไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วย..... แต่ที่เขากังวล คือ กรณีไม่ฉุกเฉินมากกว่าจะไปเข้าได้ทุก รพ. แบบนี้อ่ะยังไม่ได้และยังไม่มี คงต้องคุยกันก่อนและปรับปรุงเป็นรายโรคไปคับ

Submitted by ผ่านไปได้ยาก on
เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ใช้สิทธิ UCEP รักษาฟรี 72 ชม. จริงหรือ? วันที่ 18 พ.ค. 2563 13:52 น. Anti-Fake News Center Thailand ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย .............................................................................................................................................................................................................. ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็น เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ใช้สิทธิ UCEP รักษาฟรี 72 ชม. ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง ......... UCEP (ยูเซป) หรือ Universal Coverage Emergency Patients เป็นสิทธิที่รัฐบาลทำให้ประชาชนคนไทยทุกคน หากเกิดเหตุการณ์วิกฤตฉุกเฉิน สามารถรักษาฟรี 72 ชั่วโมงแรก (3 วัน) ให้พ้นภาวะวิกฤต โดยจะรักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้ที่ใกล้ผู้ป่วยที่สุด จะเป็นโรงพยาบาลเอกชนก็ได้ “เจ็บป่วย ฉุกเฉิน วิกฤติ มีสิทธิทุกที่”.......... ส่วนอาการที่เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินวิกฤต มี 6 อาการ ดังนี้........... ( 1. ) หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ........... ( 2. ) หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง........... ( 3. ) ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น....... ( 4. ) เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง........... ( 5. ) แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด........ ( 6. ) อาการอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่เป็นอันตรายต่อชีวิต......... สำหรับขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP มี 5 ขั้นตอน ดังนี้............ ( 1. ) ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ( 2. ) โรงพยาบาลประเมินอาการ และคัดแยกระดับความฉุกเฉิน........... ( 3. ) ศูนย์ประสานความคุ้มครองสิทธิ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล........... ( 4. ) กรณีเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต จะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ UCEP ทันที แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง .......... ( 5. ) กรณีไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ให้รับประสานโรงพยาบาลตามสิทธิ หากประสงค์รักษาต่อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ........ พื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.nhso.go.th หรือโทร. 1330 และหากพบอาการที่เข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งได้ที่ 1669 หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เครดิต ที่มา :Anti-Fake News Center Thailand ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย https://www.antifakenewscenter.com/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95-%E0%B9%83%E0%B8%8A/

Submitted by ย้ำๆๆๆๆๆๆ on
( 5. ) กรณีไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ให้รับประสานโรงพยาบาลตามสิทธิ หากประสงค์รักษาต่อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ........ ( 5. ) กรณีไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ให้รับประสานโรงพยาบาลตามสิทธิ หากประสงค์รักษาต่อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ........ ( 5. ) กรณีไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ให้รับประสานโรงพยาบาลตามสิทธิ หากประสงค์รักษาต่อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ........ ( 5. ) กรณีไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ให้รับประสานโรงพยาบาลตามสิทธิ หากประสงค์รักษาต่อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ........ ๆๆๆๆ

Submitted by ใกล้บ้านใกล้ใจ on
เมื่อกว่า 1 ปีมาแล้ว ท่านอนุทิน รมว.สาธารณสุขได้เคยมีมีนโยบายพัฒนาบริการปฐมภูมิในชนบท รพ.สต.หน่วยบริการใกล้บ้านใกล้ใจสำหรับให้บริการแก่ชาวบ้านให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีแพทย์ พยาบาล อยู่ประจำให้บริการ แต่ยังไม่ปรากฎแผนปฎิบัติการที่ชัดเจนจากกระทรวงสาธารณสุข ที่จะมาสนองนโยบายดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ ......‘อนุทิน’ เล็งบรรจุแพทย์จบใหม่ประจำ รพ.สต. .......... Sat, 2019-07-27 10:18 -- hfocus .......... ‘รมว.สาธารณสุข’ ลุกขึ้นอภิปราย ที่ประชุมรัฐสภา เล็งบรรจุแพทย์จบใหม่ใน รพ.สต. ระบุทุก รพ.สต.ต้องมีหมอและพยาบาลให้บริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ ลดภาระหมอ และโรงพยาบาลในตัวเมือง ที่วันนี้มีความรับผิดชอบล้นมือ.......... https://www.hfocus.org/content/2019/07/17415

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม