ไทยแพนพบมาตรการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซตไม่สำเร็จ!

Fri, 2020-08-28 12:06 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ไทยแพนเข้าพบรมช.เกษตรฯ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลพบร้านค้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายคุมสารกำจัดศัตรูพืชเพียง 13.7% ส่วนเกษตรกรและผู้รับจ้างฉีดพ่นสามารถปฏิบัติตามได้ 17.9% และ 2 % ตามลำดับ

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค (คอบช.) โดย คณะอนุกรรมการด้านอาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ร่วมกับเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) เข้าพบ น.ส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายศรัณย์ วัธนธาดา ผู้เชี่ยวชาญการควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร หารือการกำจัดการใช้สารเคมีร่วมกับเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thailand PesticideAlert Network: Thai-PAN) โดยได้เผยแพร่ผลการสำรวจมาตรการจำกัดการใช้วัตถุอันตรายประเภทที่ 3 ไกลโฟเซต โดยเครือข่ายผู้บริโภคและเครือข่ายเกษตรกร ได้ร่วมกันสำรวจใน 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ มหาสารคาม ยโสธร จันทบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสงขลา ระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2563 พบว่า

1) ร้านค้าที่เข้าสำรวจแล้วพบการขายไกลโฟเซตจำนวน 51 ร้าน มีร้านค้าที่สามารถปฏิบัติได้ครบตามมาตรการ 7 ร้าน หรือ 13.7% มีรายละเอียดการปฏิบัติเป็นรายมาตรการ ดังนี้

- มีการจัดวางไกลโฟเซตแยกจากสารชนิดอื่น 45 ร้าน (88.2%)

- มีการติดป้าย “วัตถุอันตรายที่จำกัดการใช้” 36 ร้าน (70.6%)

- มีการแสดงเอกสารใบอนุญาตจำหน่ายวัตถุอันตรายที่จำกัดการใช้ 30 ร้าน (58.8%)

- มีผู้ควบคุมการจำหน่ายประจำร้านพร้อมแสดงใบอนุญาต 22 ร้าน (43.1%)

- มีการขอให้ผู้ซื้อแสดงหลักฐานผ่านการอบรม 16 ร้าน (31.4%)

- มีการบันทึกข้อมูลไกลโฟเซตที่จำหน่ายเพื่อแจ้งแก่กรมวิชาการเกษตร 8 จาก 32 ร้าน (25.0%)

2) สัมภาษณ์เกษตรกร 60 ราย มีเกษตรกรที่ยังคงใช้ไกลโฟเซตจำนวน 28 ราย มีเกษตรที่สามารถปฏิบัติได้ครบตามมาตรการ 5 จาก 28 ราย หรือ 17.9% มีรายละเอียดการปฏิบัติเป็นรายมาตรการ ดังนี้

- ใช้ในพืชที่กำหนด 13 ราย (46.4%)

- ผ่านการอบรมเพื่อใช้ไกลโฟเซต 7 ราย (25.0%)

- กรณีฉีดพ่นเอง มีการใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวครบตามกำหนด 7 ราย (25.0%)

- กรณีจ้างผู้ฉีดพ่น เกษตรกรเป็นผู้จัดเตรียมไกลโฟเซตให้ 7 จาก 8 ราย (87.5%)

3) สัมภาษณ์ผู้รับจ้างพ่น 50 ราย มีผู้รับจ้างพ่นที่สามารถปฏิบัติครบตามมาตรการ 1 ราย หรือ 2.0% มีรายละเอียดการปฏิบัติเป็นรายมาตรการ ดังนี้

- ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้รับจ้างพ่น 16 ราย (32.0%)

- ใช้ไกลโฟเซตที่เกษตรกรจัดหาให้ 41 ราย (82.0%)

- ใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวครบตามกำหนด 10 ราย (25.0%)

- กรณีที่มีลูกจ้าง ลูกจ้างผ่านการอบรม 5 จาก 19 ราย (26.3%)

- ฉีดพ่นในพืชที่กำหนด 27 ราย (54.0%)

- บันทึกรายละเอียดเพื่อแจ้งกรมวิชาการเกษตร 6 ราย (12%)

ภาพจากไทยแพน

มาตรการจำกัดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชไกลโฟเซต เป็นมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เห็นว่ามาตรการดังกล่าวจะลดผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และสิ่งแวดล้อม แต่ผลการสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้จริงในทางปฏิบัติ ดังนั้นคณะอนุกรรมการด้านอาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค (คอบช.) และเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) มีข้อเสนอ ต่อหน่วยงานของรัฐ ดังนี้

1) ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกวดขันเพื่อให้มีการจำกัดการใช้ไกลโฟเซตเป็นไปตามกฎหมาย เนื่องจากสารเคมีกำจัดวัชพืชนี้เป็นสารก่อมะเร็ง ที่บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายต้องจ่ายค่าไกล่เกลี่ยคดีมากกว่าสามแสนล้านบาทแก่ผู้ฟ้องคดีชาวอเมริกันซึ่งเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิ้ง

2) หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาปรับระดับการควบคุมไกลโฟเซตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 เพื่อปกป้องสุขภาพของเกษตรกร ชุมชน ผู้บริโภค และป้องกันปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Add new comment