สบส.ประสาน สสจ.เชียงใหม่ เดินหน้าไขปมสาวดับจากสารทึบรังสี

Thu, 2020-10-01 12:48 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เร่งเดินหน้าไขปมสาวดับจากการแพ้สารทึบรังสี หลังเข้ารับการตรวจเอ็กซเรย์กับโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ในจังหวัดเชียงใหม่

จากกรณี ที่มีการแชร์ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียล ถึงหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเข้ารับการรักษาพยาบาลด้วยอาการปวดท้องน้อย กับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่อโรงพยาบาลมีการฉีดสารทึบรังสีเพื่อทำการเอ็กซเรย์ ตรวจเช็คร่างกาย หญิงสาวรายดังกล่าวกลับเกิดอาการแพ้สารทึบรังสีขั้นรุนแรง จนเสียชีวิต นั้น

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสุนนบริการสุขภาพ ( สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับบริการทางการแพทย์ ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัยตามความประสงค์ ตนได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1 สบส. ประสานขอความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงใหม่ เข้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดย สสจ.เชียงใหม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบมาตรฐานของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 และในส่วนขอ สบส.ก็ได้มีการประสานขอประวัติผู้ป่วย และเอกสารทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล

นพ.ธเรศ กล่าวว่า เบื้องต้นทางโรงพยาบาลเอกชนได้ชี้แจงว่าแพทย์พบผู้เสียชีวิตมีประวัติของอาการปวดหน่วงท้องและแสบเวลาปัสสาวะ มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อต้นเดือนกันยายน 2563 จึงเชื่อว่าไม่มีการตั้งครรภ์ อีกทั้ง ไม่มีประวัติการแพ้ยาและอาหารใดๆ จึงได้ดำเนินการเอ็กซเรย์ อย่างไรก็ตาม สบส.จะนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแพทยสภาตรวจสอบมาตรฐานการรักษา เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสาเหตุการเสียชีวิต และคลายข้อสงสัยของญาติผู้เสียชีวิตว่าโรงพยาบาลฯ มีการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเบื้องต้นตามมาตรฐานวิชาชีพ และมีการสั่งการวินิจฉัยโรคเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่

“หากพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานก็จะมีการดำเนินการด้านจริยธรรมกับแพทย์ผู้ให้บริการ รวมทั้งผู้ดำเนินการสถานพยาบาลก็จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในฐานไม่ควบคุม ดูแลให้แพทย์ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” นพ.ธเรศ กล่าว

ทั้งนี้ กรม สบส.พร้อมให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภคทุกคน หากประสบปัญหาการรักษาพยาบาล หรือบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลเอกชน สามารถแจ้งที่สายด่วน กรม สบส. 1426 ในวันและเวลาราชการ

Add new comment