“อนุทิน” ลั่นมีระบบรับมือ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” หลังพบติดเชื้อเพิ่ม!! ด้านบุคลากรการแพทย์ในพื้นที่รับบูสเตอร์แล้ว

Wed, 2021-09-15 12:37 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

รองนายกฯ-รมว.สธ. เผยกรณีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น ยืนยันมีระบบเตรียมรับสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าเจอแล้วต้องหยุด ต้องยกเลิก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สิ่งที่คาดการณ์อยู่แล้ว ลั่นล่าสุดเติมวัคซีนเข็ม 3 เข้าภูเก็ต ขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่รับบูสเตอร์โดสแล้ว เหลือคนในจังหวัดกำลังจัดหาวัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกัน รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง คาดบูสเตอร์ปชช.ทั้งประเทศ 2 ล้านคนไม่รวมบุคลากรการแพทย์

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีมีการติดเชื้อโควิดเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเปิดเป็นพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่า เราต้องเร่งควบคุมสถานการณ์ ซึ่งในการประชุม ศปก.สธ. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับทราบนโยบายเกี่ยวกับแซนด์บ็อกซ์ ภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง สิ่งเร่งด่วนที่สั่งการคือคนที่เข้ามาจากแหล่งอื่น นั้นต้องมีการส่งวัคซีนไปเติม อย่าไปเกี่ยงว่าเป็นคนชาติใด แต่เพื่อทำให้เกาะภูเก็ตมีความปลอดภัย สำหรับระบบสาธารณสุขในพื้นที่นั้น ต้องชี้แจงว่า ในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น มีการรองรับหลายระดับ ตั้งแต่รพ.จังหวัด รพ.อำเภอ รพ.สต. และมีการดูแลร่วมกันในกลุ่มจังหวัด เป็นระดับเขตสุขภาพ ซึ่งตอนนี้ได้รับรายงานว่าเขตสุขภาพที่ 11 ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นมีความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าเราเจอแค่นี้แล้วหยุดหรือยกเลิกอะไรทุกอย่าง แต่ต้องดูว่าการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นนั้น มีอาการหนักมากน้อยแค่ไหน หรือเจ็บป่วยแต่อาการไม่หนัก ซึ่งเป็นกลุ่มนี้ ก็ให้ทำการดูแลที่บ้าน หรือที่ชุมชน

“สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราคาดการณ์อยู่แล้ว เพราะเมื่อเปิดกิจกรรมต่างๆ ในภูเก็ต ก็เปรียบเสมือนห้องรับแขกของเรา เป็นที่ที่จะทำให้เห็นว่าประเทศไทยจะมีการเปิดประเทศไปแต่ละจังหวัด ๆ มีการเตรียมระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วย” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามข้อกังวลว่ากรณีที่ภูเก็ตจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศอื่นๆ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราสู้เต็มที่ไม่ให้เกิดผลกระทบ สำหรับวัคซีนเข็ม 3 ที่จะเติมเข้าไปนั้น ไม่ได้แตกต่างจากที่อื่น ซึ่งเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา นพ.โอกาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค รายงานว่าพร้อมที่จะเริ่มเข็ม 3 แล้ว ซึ่งในพื้นที่ภูเก็ตกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ได้รับเข็ม 3 ไปแล้ว ยังเหลือคนในพื้นที่  เราก็ต้องจัดวัคซีนไปให้เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงด้วย ขอให้ประชาชนที่ถึงคิวรับวัคซีนก็ขอให้ไปรับด้วย ช่วยกันเพื่อทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ของประเทศ

"ใครฉีดซิโนแวค 2 เข็ม เตรียมเจ็บตัวต่อ แต่เจ็บเหมือนมดกัด จะฉีดเข็มสามให้ เพื่อมีภูมิคุ้มกันระดับปลอดภัย โดยจัดแอสตร้าฯ มาฉีดเข็ม 3 คนรับซิโนแวค 2 เข็มอีก 3 ล้านคน หากตัดบุคลากรทางการแพทย์ที่รับบูสเตอร์ไปแล้ว ก็น่าจะประมาณ 2 ล้านกว่าคน จะเริ่มกระจายฉีดเข็มสามไล่ตามกลุ่มเสี่ยงตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรค ตอนแรกจะเริ่ม ต.ค. แต่เมื่อวานอธิบดีกรมควบคุมโรครายงานว่าพร้อมเริ่มเลย แต่ให้ใจเย็นๆ ให้เขาวางแผนก่อน ย้ำว่าไม่เลือกที่รักมักที่ชิง พิจารณาพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยงซึ่งมีขั้นตอนอยู่" นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าท่านนายกฯ มีข้อสั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการควบคุมโรคนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีการสั่งการให้ทำงานกันอย่างเต็มที่ทุกวัน ทุกพื้นที่ไม่เฉพาะที่ภูเก็ตเท่านั้น ให้ดูทั้งประเทศให้มีความปลอดภัย และเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ก็อนุมัติงบจัดซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนกา จากกลุ่มประเทศยุโรป เพื่อฉีดเป็นเข็ม 3 ให้ประชาชน ทั้งนี้วัคซีนเรามีมากขึ้น และศักยภาพในการฉีดก็เพิ่มขึ้นด้วย ปีนี้จะฉีดให้ครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นการจัดหาวัคซีนในปี 2565 ก็จะไม่ตึงเครียดมากนัก เพราะเป็นการเน้นจัดหาวัคซีนเข็มกระตุ้น ไม่ต้องกันไว้เป็นเข็ม 2 อีก รวมถึงปีต่อๆ ไปสถานการณ์น่าจะคลี่คลาย ที่มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดทุกปี

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม