“อนุทิน”ขอบพระคุณทุกฝ่ายระดมฉีดวัคซีนโควิดทะลุ 1.3 ล้านโดส วันมหิดล 24 ก.ย.64

Sat, 2021-09-25 11:52 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สธ.ตั้งโต๊ะแถลงความสำเร็จฉีดวัคซีนป้องกันโควิดทั่วประเทศเกิน 1.3 ล้านโดส เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 841,769 โดส วัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 309,429 โดส และวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 149,479 “อนุทิน-หมอเกียรติภูมิ” ขอบพระคุณบุคลากรทุกคนร่วมแรงร่วมใจทุ่มเทบริการฉีดวัคซีนเกินเป้า เขตสุขภาพที่ 6 นำโด่ง 148,887 โดส

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ก.ย. 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงผลการฉีดวัคซีนทั่วไทย และแผนการฉีดวัคซีนระยะต่อไปตามเป้าหมาย ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้รณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเนื่องในวันมหิดล 24 ก.ย. 2564 ให้ครบ 1 ล้านโดสสำหรับประชาชนทั่วไป แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ และตั้งใจของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ทำให้เมื่อวานฉีดได้มากกว่า 1.3 ล้านโดส ซึ่งหากทุกคนร่วมใจมาฉีดวัคซีน ศักยภาพสาธารณสุขฉีดก็พร้อมดำเนินการได้

“จนถึงเมื่อวานได้ฉีดวัคซีนสะสมทั้งหมดเกิน 50 ล้านโดสทั่วประเทศ มีทั้งผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เข็มที่ 2 และเข็มที่ 3 เมื่อวานเป็นการเริ่มให้บริการวัคซีนเข็มที่ 3 แก่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มแรก เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ โดยเมื่อวานฉีดเข็ม 3 ไปประมาณกว่า 1.5 แสนคน ยังไม่รวมบุคลากรการแพทย์ที่ได้รับบูสเตอร์ก่อนหน้านี้ จากนี้ เป็นต้นไป ขอเชิญพี่น้องประชาชนที่ได้รับซิโนแวค 2 เข็ม ตั้งแต่เดือน มี.ค. ถึง มิ.ย. ขอให้ลงทะเบียน หรือทำนัดมารับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ เข็มที่ 3 เพื่อความปลอดภัย และเสริมภูมิคุ้มกันโรค” นายอนุทิน กล่าว

สำหรับสถานการณ์วัคซีนจากนี้จนถึงสิ้นปี ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้จัดหาวัคซีนทั้งสิ้นจนถึงเดือน ธ.ค. ประมาณ 125 ล้านโดส และตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป คือ ต.ค. เป็นต้นไป จะเร่งทำการฉีดให้ครอบคลุมพี่น้องประชาชนคนไทยในกลุ่มที่สามารถรับวัคซีนได้ ตามความประสงค์ของท่านเอง เราจะฉีดให้ครบครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร เพื่อให้สามารถใช้ชีวิต ดำเนินชีวิตได้ ทั้งนี้ ผู้บริหารสธ.ทุกคน ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข มีความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นข้ารับใช้ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันซึ่งพวกเราจะสานต่อเจตนารมณ์ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงมีพระราชดำรัสว่า ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นที่หนึ่ง ความสำเร็จ ลาภ ทรัพย์ เกียรติยศจะตกถึงท่านเอง ซึ่งเราไม่ได้หวังลาภ ทรัพย์ เกียรติยศ แต่เราหวังให้พี่น้องทุกคน มีความปลอดภัย มีสุขภาพชีวิตที่ดี มีอายุยืนยาว ห่างไกลโรคและมีความสามารถในการสร้างความปึกแผ่น และความมั่นคงให้ตัวท่าน และครอบครัว ตลอดจนประเทศของเรา

“ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องขอกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการป้องกัน ควบคุมโรคให้ทุกท่านได้ปลอดภัย ให้ท่านทั้งหลายมีความอยู่ห่างจากการคุกคามจากโรคโควิด และขอขอบพระคุณบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขทุกท่าน ที่ทุ่มเทเสียสละอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการให้บริการ ทั้งการรักษาพยาบาล ป้องกันควบคุมโรค การฉีดวัคซีน ทั้งหลายทั้งปวงให้พี่น้องประชาชนจนสุดความสามารถ และมั่นใจว่า พวกเราจะไม่ท้อถอย ตั้งแต่จะต่อสู้กับโรคร้ายและเอาชนะได้ในที่สุด” นายอนุทิน กล่าว

ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดรวมจำนวน 1,300,677 โดส เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 841,769 โดส วัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 309,429 โดส และวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 149,479 โดส การฉีดวัคซีนมีการกระจายไปทั่วประเทศเป็นเขตสุขภาพต่างๆ รวมกรุงเทพมหานคร โดยเขตสุขภาพแปรผันไปตามจำนวนประชากร โดยจำนวนฉีดได้มากที่สุด คือ เขตสุขภาพี่ 6 มีการฉีดได้มากถึง 148,887 โดส โดยเขตสุขภาพที่ฉีดวัคซีนได้เกินแสนโดส มี 7 เขตสุขภาพด้วยกัน ซึ่งแบ่งเป็นตามจังหวัดพบว่า กรุงเทพฯ ฉีดได้มากที่สุดถึง 6.4 หมื่นโดสรวมศูนย์บางซื่อ หรือจ.ชลบุรี ฉีดได้ 4.8 หมื่นโดส อุดรธานี ฉีดได้ 4.7 หมื่นโดส นครราชสีมาฉีดได้ 4.4 หมื่นโดส เชียงใหม่ 3.9 หมื่นโดส ขอนแก่น 3.7 หมื่นโดส ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงมาก โดยขณะนี้ประเทศไทยเดินทางมาถึงครึ่งทาง จากนโยบายรัฐบาลตอนแรกตั้งใจฉีดให้ได้ปีนี้ 100 ล้านโดส หรือ 50 ล้านคน ปัจจุบันเราฉีดได้ 50 ล้านโดส และเมื่อเราจัดหาวัคซีนมาเพิ่ม เราก็อยากฉีดให้ได้ทุกคน โดยเข็มที่ 1 ฉีดได้ 44.45% ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร

 

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม