สธ. สำรวจความเสียหายสถานพยาบาล เหตุรับผลกระทบน้ำท่วมอิทธิพลจากพายุ “คมปาซุ”

Wed, 2021-10-13 15:11 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ปลัด สธ. สั่งการผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 ลงพื้นที่ จ.จันทบุรี ตราด และปราจีนบุรี ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เหตุพายุ “คมปาซุ” กระทบสถานพยาบาลหลายแห่งได้รับความเสียหาย เร่งจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2564 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจากอิทธิพลของพายุ “คมปาซุ” ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ วันนี้ (13 ต.ค.) ได้รับรายงาน ว่า จ.จันทบุรี ตราด และปราจีนบุรี เกิดน้ำท่วมฉับพลัน สถานพยาบาลหลายแห่งได้รับความเสียหายจึงมอบหมายให้ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำรวจ ประเมินความเสียหายของสถานพยาบาล และวางแนวทางป้องกันไม่ให้กระทบกับการให้บริการประชาชน พร้อมมอบหน่วยงานสาธารณสุขบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การดูแลผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงมีครรภ์ ผู้ป่วยติดเตียง อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งสั่งการให้กองสาธารณสุขฉุกเฉิน จัดส่งชุดยาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัย จำนวน 3,000 ชุด

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย อาทิ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี มีน้ำท่วมบริเวณโรงพยาบาล น้ำท่วมขังบริเวณด้านหน้าอาคารรักษาพยาบาลผู้ป่วย และเข้าห้องผ่าตัด ฝ้าเพดานถล่มชำรุด ยานพาหนะบางส่วนได้รับความเสียหาย น้ำท่วมระบบบำบัดน้ำเสียและบ้านพักบุคลากร/เจ้าหน้าที่ เบื้องต้นทำการย้ายผู้ที่ต้องการบ้านพักเข้ามาที่อาคารศูนย์แพทย์ในโรงพยาบาลชั่วคราวแล้ว, จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ำสูงประมาณ 20 ซม. ไหลเข้าท่วม รพ.สต.บ้านโคกอุดมและบ้านพักเจ้าหน้าที่ ขณะนี้น้ำเริ่มลดและสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ส่วน จ.ตราด มี 2 อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อ.เมือง และ อ.เขาสมิง ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งการสัญจรและที่อยู่อาศัยกว่า 188 หลังคาเรือน

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม