กรมวิทย์เผย ผลการศึกษาในหลอดทดลองยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้

Fri, 2022-01-14 13:53 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2565 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสความต้องการใช้สมุนไพร เช่น ยาตำรับห้าราก และยาตำรับประสะเปราะใหญ่ เพื่อใช้ในการช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการจากการติดเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่องนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยสมุนไพร และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ได้ศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาของยาตำรับห้าราก และยาตำรับประสะเปราะใหญ่ ซึ่งได้รับอนุเคราะห์ตำรับจากสมาคมเวชกรรมไทย โดยนำสารสกัดยาตำรับทั้ง 2 ในขนาดที่ไม่มีความเป็นพิษในเซลล์เพาะเลี้ยงมาบ่มกับเชื้อไวรัสในหลอดทดลอง และนำเชื้อไวรัสไปทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยง

ผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่า

  • ยาตำรับห้ารากที่สกัดด้วยน้ำ มีค่าการยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ร้อยละ 96.23 ที่ความเข้มข้น 10 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร (มก./มล.) 
  • ยาตำรับประสะเปราะใหญ่ที่สกัดด้วยน้ำ มีค่าการยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์เดลต้า ร้อยละ 76.56 ที่ความเข้มข้น 10 มก./มล.
  • ยาตำรับประสะเปราะใหญ่ที่ทำการสกัดด้วยตัวทำละลายที่เป็นแอลกอฮอล์ ที่มีความเข้มข้นร้อยละ 50 มีค่าการยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ร้อยละ 88.70 ที่ความเข้มข้น 2.5 มก./มล.

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ตำรับยาห้าราก ตำรับยาประสะเปราะใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิมในบัญชียาหลักแห่งชาติ ปัจจุบันประชาชนสามารถหาซื้อยาตำรับทั้ง 2 มารับประทานเองได้ตามอาการของโรค และควรรับประทานตามข้อบ่งใช้และขนาดที่ระบุตามรายละเอียดในบัญชียาหลักแห่งชาติ

ส่วนการนำไปใช้สำหรับรักษาโรคโควิด-19 ควรรอผลการศึกษาวิจัยให้แน่ชัดเสียก่อนเพื่อความปลอดภัย ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะเร่งวิจัยและพัฒนาสมุนไพรทั้ง 2 ตำรับทั้งในด้านการศึกษาการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันก่อนการติดเชื้อไวรัส ฤทธิ์และกลไกการออกฤทธิ์ในการต้านการติดเชื้อไวรัส ตลอดจนศึกษาความปลอดภัยของยาตำรับ เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการใช้ยาสมุนไพรสำหรับใช้เป็นยารักษาโรคโควิด-19 ต่อไป

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม