สธ.ยืนยันน้ำเกลือล้างไตไม่ขาดแคลน ขณะนี้มีสำรอง 50,000 ถุง

Fri, 2012-09-07 15:22 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

รมว.สธ.ยืนยันน้ำเกลือล้างไตไม่ขาดแคลน ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีสำรอง 50,000 ถุง  และองค์การเภสัชกรรมสั่งนำเข้าจาก 5 ประเทศ กว่า 1,000,000 ถุง พร้อมกระจายครบทุกแห่งภายใน 3 วันนี้ โดยเริ่มในบ่ายวันนี้ 20,000 ถุง

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีน้ำเกลือล้างไตขาดแคลนว่า วันนี้ได้รับรายงานจากเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาว่าได้รวบรวมน้ำเกลือล้างไตที่มีอยู่ทั้งหมดทุกโรงงานทั่วประเทศซึ่งจะได้ประมาณ 50,000 ถุง เพื่อเตรียมให้เพียงพอ  และให้องค์การเภสัชกรรมเป็นตัวกลางที่จะกระจายน้ำเกลือไปตามหน่วยบริการต่างๆ ที่ประสบปัญหา ยืนยันว่ายังไม่ตกอยู่ในภาวะที่ขาดแคลน แต่อาจจะขาดสภาพคล่องได้   ต่อจากนี้ไปก็จะคล่องตัวขึ้น 

นายวิทยากล่าวต่อว่า น้ำเกลือล้างไตที่ผลิต คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากโรงงานผลิตในประเทศมีเพียงพอ แต่ขณะนี้กำลังการผลิตยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ทุกแห่ง และในประเทศเพื่อนบ้านเราไม่มีปัญหาขาดแคลน สามารถนำเข้าได้ และไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว

ทางด้านนายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรรมกล่าวว่า โรงงานที่ผลิตน้ำเกลือล้างไตในไทยขณะนี้มี 4 บริษัท กำลังการผลิตได้ปีละประมาณ 120 ล้านถุง โดยมี 1 บริษัทที่ถูกน้ำท่วมในปี 2554 ซึ่งขณะนี้เริ่มเปิดเดินเครื่องได้แล้ว แต่กำลังการผลิตยังไม่ครบ 100 เปอร์เซนต์ จึงทำให้ขาดสภาพคล่องได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้องค์การเภสัชกรรม ได้สั่งนำเข้าจาก  5 ประเทศอาเซียน ได้แก่ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียตนาม รวมกว่า 1 ล้านถุง ขนส่งทางเรือใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์-1 เดือน ซึ่งขณะนี้เรือกำลังทยอยเข้ามาและจะเข้ามาเรื่อยๆ เช่น วันที่ 13 กันยายน 2555 จะมา 22,800 ถุง วันที่ 17 -18 กันยายน 2555 จำนวน 600,000 ถุง เป็นต้น โดยองค์การเภสัชกรรมจะเร่งกระจายให้หน่วยฟอกไตเทียมที่ขาดแคลน ในบ่ายวันนี้จะส่งให้ 20,000 ถุง และจะให้ครบภายใน 3 วันนี้อย่างแน่นอน 

นายแพทย์วิทิต กล่าวต่อไปว่า ในการผลิตน้ำเกลือล้างไต จะต่างจากการผลิตยา เมื่อผลิตแล้วจะไม่สามารถใช้การได้ทันที จะต้องเก็บไว้เพื่อรอการตรวจสอบคุณภาพหลังผลิตประมาณ 15 วัน จึงจะส่งออกท้องตลาดจำหน่ายได้ ดังนั้นต่อจากนี้ไปองค์การเภสัชกรรมจะสำรองน้ำเกลือดังกล่าวไว้ให้สามารถใช้การได้ 1 เดือน  

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม