ศาลสั่งเลิกแบน 4 สารพิษในผักเกษตรฯหวั่นขนขายเต็มท้องตลาดอีกวุ่นถอนคดีเดิมที่ฟ้องไว้

Wed, 2013-03-06 13:02 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

เกษตรฯ วุ่น ศาลปกครองมีคำสั่งให้การห้ามขายสารเคมีเกษตรเสี่ยงอันตราย 4 ชนิดเป็นโมฆะ

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ประกาศที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตรเป็นโมฆะ โดยศาลเห็นว่าคำประกาศทั้งหมดเป็นการแสดงชื่อสารเคมีที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดทำให้เกษตรกรไม่เข้าใจ ไม่มีใครรู้ว่าสารดังกล่าวอยู่ในสินค้าชื่ออะไรบ้างจึงไม่มีสภาพบังคับ

ทั้งนี้ คำสั่งศาลปกครองดังกล่าว ทำให้การขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตร 4 ชนิด ที่มีพิษร้ายแรง คือ คาร์โบฟูราน เมโทมิล ไดโครโตฟอส และอีพีเอ็น เป็นวัตถุอันตรายบัญชีที่ 3 ห้ามครอบครองและมีไว้จำหน่ายได้เป็นโมฆะ ไม่สามารถสั่งห้ามจำหน่ายได้อีกต่อไป โดยกรมวิชาการเกษตรต้องเร่งทำหนังสือถึงกรมบังคับคดีเพื่อชะลอการบังคับคดี หรือจับกุมผู้ประกอบการที่จำหน่ายสารเคมีเกษตรหลายตัวที่กรมได้มีการขึ้นทะเบียนบัญชีที่ 3 ไว้ เพื่อห้ามครอบครองและจำหน่าย เพราะอาจถูกเอกชนฟ้อง

เมื่อกรมวิชาการขอให้กรมบังคับคดีชะลอการบังคับ ทำให้คาดว่าจะมีการนำเข้าสารเคมีหลายชนิดมาวางจำหน่ายกันมากมายแน่นอน เพราะคำสั่งห้ามถูกศาลปกครองสั่งให้เป็นโมฆะแล้ว และจะทำให้ประเทศไทยมีปัญหาสารตกค้างหรือพบสารต้องห้ามในผักได้อีกในอนาคต

ก่อนหน้านี้ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมลงนามในคำสั่งขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตร 4 ชนิด ที่มีพิษร้ายแรง คือ คาร์โบฟูราน เมโทมิล ไดโครโตฟอส และอีพีเอ็น เป็นวัตถุอันตรายบัญชีที่ 3 ห้ามครอบครองและมีไว้จำหน่ายเนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขรายงานคณะรัฐมนตรี ว่า พบสารตกค้างในผักที่จำหน่ายในท้องตลาด นอกจากนี้ ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ และที่ประชุมสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.)และมูลนิธิชีววิถี ระบุว่ามีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าสารเคมีทั้ง 4 มีอันตรายและหลายประเทศทั่วโลกยกเลิกการใช้แล้ว และมีมติเสนอให้กรมวิชาการเกษตรทบทวนการอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 4 รายการ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการออกประกาศต้องผ่านการรับฟังจากเวทีสาธารณะจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่เพิ่งเสร็จสิ้นเมื่อวันที่21 ก.พ.และอยู่ระหว่างการทำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มี รมว.อุตสาหกรรม รักษาการตามกฎหมาย แต่มามีคำสั่งศาลปกครองให้ประกาศดังกล่าวเป็นโมฆะ

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 6 มีนาคม 2556