สธ.เร่งตรวจอาหารยอดฮิตเด็กหน้า รร. ห่วงสารกันบูด-บอแร็กซ์เสี่ยงมะเร็ง

Thu, 2013-10-31 06:39 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ไทยโพสต์ - 'หมอประดิษฐ' สั่งตรวจอาหารปลอดภัยทั่วประเทศ/อาหารยอดฮิตเด็กที่วางขายใน-หน้าโรงเรียน โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยว ต้องไม่วางเครื่องปรุงบนโต๊ะ ลดเสี่ยงสารอะฟลาท็อกซินในพริกป่นเกิดมะเร็ง ไม่กินเค็ม-หวานเกินไป เผยปี 56 ทำใน รร.ประถม มัธยม และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 9 จ. รวม 15,260 แห่ง ผลน่าพอใจ ปีงบ 57 จะเพิ่มอีก 30% ตั้งเป้าครบทุกแห่งในปี 59

ภายหลังมีการนำเสนอข่าวกรณีร้านขายขนมในหมู่บ้านและหน้าโรงเรียนนำขนมไม่ได้มาตรฐานมาขายจำนวนมากนั้น นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้จัดทำโครงการสุขภาพดีเริ่มต้นที่นี่ ซึ่งให้ทุกจังหวัดเร่งปลูกจิตสำนึกประชาชนทุกคนให้คำนึงถึงสุขภาพก่อนที่จะเลือกซื้อหรือเลือกรับประทานอาหาร โดย สธ.สนับสนุนงบประมาณรวม 37 ล้านบาท ให้แต่ละเขตบริการสุขภาพทั้ง 12 เขต ขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ที่ดูแลเขตละ 5-8 จังหวัด จะมีรถตรวจคุณภาพอาหารเคลื่อนที่ ตรวจสารอันตรายปนเปื้อนในอาหาร 6 ชนิด ได้แก่ บอแร็กซ์ ฟอร์มาลิน สารเร่งเนื้อแดง สารฟอกขาว สารกันรา และยากำจัดศัตรูพืช และให้ตรวจอาหารยอดนิยมของนักเรียนที่วางขายหน้าโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งมี 50,000 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะลูกชิ้น-ไส้กรอก มักผสมแป้ง ใส่สี มีสารกันบูด สารบอแร็กซ์ เป็นส่วนผสม เสี่ยงให้เกิดมะเร็งในระยะยาว หรือปลาหมึกแช่ฟอร์มาลิน ของทอดใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายครั้ง และขนมใส่สี เช่น เยลลี่ วุ้น ลูกชุบ น้ำหวาน หากพบไม่ผ่านเกณฑ์ปลอดภัยจะต้องสาวให้ถึงแหล่งผลิต โดยจะเชิญตัวแทนผู้บริโภคเข้ามาร่วมหารือและวางแผนปฏิบัติงานในต้นเดือน พ.ย.นี้

นพ.ประดิษฐกล่าวว่า ส่วนอาหารในโรงเรียน จากการสำรวจพบว่า โรงเรียนเกือบทุกแห่งจะมีก๋วยเตี๋ยวจำหน่ายให้เด็กนักเรียน เน้นที่การควบคุมความปลอดภัยส่วนประกอบ ตั้งแต่หม้อต้มต้องได้มาตรฐาน เป็นสเตนเลสไม่มีรอยตะกั่วบัดกรี มีการปรุงรสชาติน้ำก๋วยเตี๋ยวพอดี มีการตรวจสอบสารฟอกขาวในเส้นก๋วยเตี๋ยว และคุณภาพความปลอดภัย ผัก ลูกชิ้น เนื้อหมู ไม่วางเครื่องปรุงบนโต๊ะ เช่น พริกป่น น้ำปลา น้ำส้มสายชู น้ำตาล ซึ่งจะลดความเสี่ยงสารอะฟลาท็อกซินในพริกป่นที่ทำให้เกิดมะเร็ง ไม่กินเค็มและหวานเกินไป โดยในปี 2556 ดำเนินการในโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง นครสวรรค์ นนทบุรี สมุทรปราการ ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา ภูเก็ต รวม 15,260 แห่ง พบว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ ในปีงบประมาณ 2557 จะดำเนินการเพิ่มอีก 30% และตั้งเป้าหมายครบทุกแห่งภายในปี 2559

ด้าน นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัด สธ. กล่าวว่า ในปี 2557 นี้ ได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมและสนับสนุนอาหารปลอดภัย สธ. จัดทำหลักเกณฑ์คุณภาพระบบงานอาหารปลอดภัยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง ภายใต้โครงการสุขภาพดีเริ่มต้นที่นี่ ในส่วนอาหารปลอดภัย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานควบคุมความปลอดภัยด้านอาหาร ให้สอดคล้องกับระบบสากลและกฎอนามัยระหว่างประเทศ 4 ระบบใหญ่คือ 1.ระบบการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง สร้างความปลอดภัยตั้งแต่ก่อนผลิต 2.ระบบการเฝ้าระวัง 3.ระบบการตอบโต้เมื่อมีปัญหาอาหารไม่ปลอดภัยฉุกเฉิน หรือมีคนป่วยจากอาหาร และ 4.ระบบบริหารจัดการ โดยจะมีการจัดตั้งทีมสอบสวนควบคุมโรคและภัยที่เกิดจากอาหารเคลื่อนที่เร็วประจำจังหวัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) และเป็นทีมที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศ.

ที่มา: http://www.thaipost.net