"มีชัย" จวกรัฐบาลเมินปัญหาโรคเอดส์

Thu, 2013-11-07 09:24 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เดลินิวส์ - "มีชัย"จวกรัฐเมินแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อพุ่ง ตายปีละ 2 หมื่น ห่วงเยาวชนไทยมีเซ็กซ์ไม่ป้องกัน ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์พุ่งอันดับ 2 ของโลก

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.  ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท นายมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน แถลงข่าวในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชานานาชาติเรื่องเอดส์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 11 ( International Congress on AIDS in Asia and the Pacific : ICAAP 11)  ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย. ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า   เป็นการประชุมเอชไอวี/เอดส์ที่ใหญ่ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก  เป็นการประชุมอันดับสองของโลกรองจากการประชุมเอดส์นานาชาติ วัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนในการคิดค้นนวัตกรรมสร้างสรรค์ มุ่งมั่นขับเคลื่อนป้องกันและแก้ไขปัญหาเอชไอวี/เอดส์

นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน  กล่าวต่อว่า ปัจจุบันรัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจปัญหาเรื่องโรคเอดส์อย่างจริงจัง ทำให้การติดเชื้อสูงขึ้น  มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า  2 หมื่นคน คนทำงานด้านนี้ก็เหนื่อย คนไม่เหนื่อยคือคนที่มีเพศสัมพันธ์ ปัญหาคือไม่มีการให้ความรู้เรื่องการป้องกันตัวเองเมื่อมีเพศสัมพันธ์  ตามสื่อต่าง ๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์  ป้ายโฆษณาตามท้องถนน ไม่มีเรื่องนี้อยู่เลย  อย่างการชุมนุมทางการเมืองก็ควรจะไปรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์ด้วย

“จากข้อมูลในขณะนี้พบว่า เยาวชนไทยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันจำนวนมาก ส่งผลให้ประเทศไทยมีการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่นเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศในแถบแอฟริกา ดังนั้นเมื่อไม่ป้องกัน นอกจากการตั้งครรภ์แล้ว การติดโรคก็สูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะโรคเอดส์  ดังนั้นภาคธุรกิจและเอกชนต้องเข้ามาช่วยกัน อย่าไปหวังพึ่งรัฐบาล การแก้ไขปัญหาไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่อยู่ที่สมองและแนวคิด ควรมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเยาวชน ซึ่งในโรงเรียนมัธยมมีสภานักเรียนทั่วประเทศ ที่พร้อมจะช่วยกระตุ้นแนะนำเยาวชนให้รู้จักป้องกันตัวเอง”นายมีชัย กล่าว

พญ.เพชรศรี ศิรินิรันดร์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า สถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทยขณะนี้ไม่ได้ลดลง จะทรง ๆ ถ้าเผลอไม่รณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหา ตัวเลขผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่อาจสูงขึ้นไปอีก แต่ถ้าเอาจริงเอาจังเชื่อว่าภายใน 20 ปีต่อจากนี้ปัญหาน่าจะยุติปัญหาได้  ทั้งนี้คาดการณ์ว่าระหว่างปี 2555-2559 จะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีกว่า 43,000 คน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มชายรักชาย 41%  ส่วน 32 % เป็นการติดเชื้อจากคู่สมรส.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556