ยกระดับ รพช. เป็น รพท.ยังไม่ชัด จี้สธ.ทำหนังสือแจ้งทางการ

Sun, 2014-10-05 15:53 -- hfocus
Print this pagePrint this page

จี้สธ.แจ้ง 20 รพช.เป็นทางการ หลังประกาศยกระดับเป็น รพท. ระบุ รพ.ส่วนใหญ่พร้อม เผยเรื่องนี้ผ่านการพูดคุยและเตรียมการมา 3 ปีแล้ว แต่ที่ยังไม่คืบหน้าเพราะยังไม่ผ่าน อ.ก.พ.สธ. ล่าสุดเมื่อผ่านแล้ว แม้ยังติดตรง ก.พ.ต้องอนุมัติตำแหน่ง ผอ.รพช.จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้อำนวยการสูง แต่ก็สามารถเดินหน้าเฉพาะยกระดับ รพ.ก่อนได้ ส่วนเรื่องตำแหน่งค่อยดำเนินการตามมา เหมือนที่ รพ.กระทุ่มแบน และรพ.บึงกาฬ ที่ยกระดับแล้ว แต่ตำแหน่งผอ.ยังเป็นแพทย์เชี่ยวชาญอยู่ ขณะที่ “หมอสุภัทร” ห่วงสธ.ทำ ผอ.รพช.ที่ถูกยกระดับขัดอุดมการณ์ไม่เอา P4P อีกทั้งหลังเป็นรพท.แล้ว ผอ.รพ.จะถูกดูแลโดยปลัดต้องย้ายทุก 4 ปี ไม่ได้อยู่ยาวเหมือนอดีต อาจกระทบความสัมพันธ์กับชุมชนได้

5 ก.พ.57 นพ.พรเจริญ เจียมบุญศรี ผอ.รพ. 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ ในฐานะประธานกลุ่ม 20 โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ที่จะยกระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการยกระดับ 20 รพช. เป็น รพท. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า เรื่องนี้ได้พูดคุยและเตรียมการตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า สาเหตุจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สธ. ก่อน ทราบจากสำนักข่าว Health Focus ที่สัมภาษณ์ผู้บริหาร สธ. ว่าขณะนี้ อ.ก.พ.สธ.ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว และ 2.การปรับตำแหน่ง ผอ.รพช. จากเดิมที่เป็นเพียงระดับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อปรับเป็น รพศ.ต้องปรับเป็นผู้อำนวยการสูง ซึ่งการเพิ่มตำแหน่งนี้ต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนก่อน (ก.พ.) ที่ผ่านมาทาง สธ.ได้พยายามผลักดันเต็มที่

ส่วนที่มีการนำเสนอทางสื่อว่า การยกระดับ รพช. เป็น รพท.มีผล 1 ต.ค. นั้น นพ.พรเจริญ กล่าวว่า แม้ว่าตำแหน่งผู้อำนวยการสูงจะยังติดอยู่ที่ ก.พ. แต่ถ้ามองในแง่บริหารเห็นว่า สธ.สามารถยกระดับ รพ. ได้ก่อน และเรื่องตำแหน่งค่อยดำเนินการตาม โดยกระทรวงควรมีหนังสือแจ้งมายัง รพช. 20 แห่งอย่างเป็นทางการก่อน ไม่ใช่การแจ้งให้ทราบผ่านสื่อ โดยขั้นตอนนื้ถือว่าสำคัญ เพราะมีผลต่อวงเงินจัดซื้อจัดจ้างที่อนุมัติโดยผู้ว่าราชการจังหวัด โดย รพช.จำกัดการอนุมัติจัดซื้อเพียง 500,000 บาท แต่เมื่อเป็น รพท.จะขยายได้ถึง 2 ล้านบาท ตามระเบียบพัสดุ ดังนั้นกระทรวงควรมีหนังสือแจ้งมา รพ.อย่างเป็นทางการเพื่อที่ รพ.จะได้เตรียมพร้อมเพื่อขยายศักยภาพเพิ่มเติม

“เมื่อ สธ.มีหนังสือแจ้งการยกระดับมา ทาง รพ.จะนำหนังสือฉบับดังกล่าวไปแจ้งต่อยังผู้ว่าฯ เพื่อที่จะขยายวงเงินจัดซื้อจ้างได้ ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาเพื่อรองรับการยกระดับ รพ.” ผอ.รพ. 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ กล่าว

ต่อข้อซักถามว่า การยกระดับ รพ. สามารถดำเนินการก่อน ไม่ต้องรอการอนุมัติตำแหน่งผู้อำนวยการระดับสูงใช่หรือไม่ นพ.พรเจริญ กล่าวว่า การยกระดับ รพ.ควรอนุมัติควบคู่กับการอนุมัติตำแหน่งผู้อำนวยการะดับสูง แต่เนื่องจากการยกระดับ รพ. อยู่ในอำนาจของ สธ. จึงดำเนินการได้ไม่ยาก แต่เรื่องตำแหน่งนั้นขึ้นอยู่กับ ก.พ.ที่ต้องดูความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มี รพ.ใดปรับตำแหน่ง ผอ.ระดับเชี่ยวชาญเป็น ผอ.อำนวยการสูงได้ แม้แต่ รพ.ที่มีการยกระดับก่อนหน้านี้ อย่าง รพ.กระทุ่มแบน และ รพ.บึงกาฬ ที่ปรับเป็น รพท.เต็มรูปแบบ ผอ.ก็ยังเป็นระดับเชี่ยวชาญอยู่ อย่างไรก็ตามหากครั้งนี้สามารถอนุมัติตำแหน่งผู้อำนวยการระดับสูงเรียกร้อย หากมีการยกระดับ รพ.อีก การขอตำแหน่งก็จะเป็นเรื่องง่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าในส่วนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายยังคงเดิม นพ.พรเจริญกล่าวว่า ในส่วนของค่าตอบแทนนั้นผูกผันกับฐานะ รพ. หากมีการยกระดับเป็น รพท. ก็ต้องดำเนินการหลักเกณฑ์ค่าตอบแทน รพท. อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในอีก 6 เดือนทุกอย่างจะเรียบร้อย

นพ.พรเจริญ กล่าวว่า สำหรับ รพ. 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ เป็น รพ.ระดับ M1 รองรับผู้ป่วยจาก รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ทั้งนี้มีความพร้อมในการยกระดับ ซึ่งที่ผ่านมาได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ว่าค่าตอบแทนที่เคยได้รับอาจลดลง แต่ทาง สธ.พยายามให้คงค่าตอบแทนเท่าเดิม ซึ่งการจ่ายค่าตอบแทนขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และเงินบำรุง ดังนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ รพ.คงต้องดูว่าเงินในกระเป๋ามีเท่าไหร่

ด้าน นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางพลี จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า รพ.บางพลี เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) 20 แห่ง ที่อยู่ในแผนกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็น รพ.M1 ที่เตรียมจะยกระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) ซึ่ง รพ.บางพลีได้เตรียมความพร้อมมา 3 ปีแล้ว ทั้งในด้านครุภัณฑ์ บุคลากรเจ้าหน้าที่ โดยที่มาของการยกระดับ รพ.นี้ มาจากจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการรักษาเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้ป่วยนอกที่เข้ารับบริการ 2 แสนคนต่อปี ทำให้ รพ.ต้องขยายบริการ จากเดิม 60 เตียง เป็น 150 เตียง รวมทั้งมีการจ้างพยาบาลจาก รพ.เอกชนเพิ่มเติม ทั้งนี้ความคืบหน้าในการยกระดับเป็น รพท.นั้น อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจาก สธ. ที่ผ่านมาเพียงแต่รับทราบจากสื่อว่า จะให้การยกระดับเป็น รพท. มีผลในวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้การยกระดับเป็น รพท.ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะประชาชนจะได้ประโยชน์ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ เพราะจะทำให้มีการขยายกรอบอัตรากำลังและความก้าวหน้ามากขึ้น อย่างเช่น ตำแหน่งหัวหน้าพยาบาลระดับซี 8 ซึ่งกรณีเป็น รพช.จะมีเพียงตำแหน่งเดียว แต่หากเป็น รพท.จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมทั้งในด้านงบลงทุนที่อาจได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีความสับสนคำสั่งดังกล่าว รวมไปถึงในเรื่องค่าตอบแทนและตำแหน่งผู้อำนวยการ รพช.ที่ต้องปรับเปลี่ยนเป็นผู้อำนายการสูงภายหลังจากเป็น รพท.

“สธ.ควรทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนและเป็นทางการ ไม่ใช่ทราบจากสื่อ ตอนนี้ ผอ.รพช.ที่อยู่ในแผนยกระดับ รพท. ทราบแล้วหรือไม่ว่า สธ.ได้ให้มีผลยกระดับเป็น รพท.ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา นอกจากนี้ควรชัดเจนทั้งในเรื่องค่าตอบแทนที่ถูกปรับเปลี่ยนรวมไปถึงตำแหน่งผู้อำนวยการสูง โดยปลัด สธ.ควรเรียกประชุม ผอ.รพ.ทั้ง 20 แห่ง เพื่อชี้แจงแนวทางที่ชัดเจน” ผอ.รพ.บางพลี กล่าวและว่า นอกจากนี้ สธ.ควรเร่งรัดการขอตำแหน่งผู้อำนวยการสูง 20 ตำแหน่ง ให้กับ รพท.ที่ยกระดับ และอีก 2 ตำแหน่งให้กับ รพ.กระทุ่มแบน และ รพ.บึงกาฬ ที่ยกระดับเป็น รพท.ไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ ผอ.ยังคงตำแหน่งนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ขณะที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา ฐานะแกนนำชมรมแพทย์ชนบท แสดงความเห็นว่า 20 รพช.ที่กระทรวงเตรียมจะยกระดับล้วนแต่เป็น รพ.ขนาดใหญ่ ประชากรมาก งานบริการมาก ที่ส่วนใหญ่พัฒนาด้วยตัวเอง จนสามารถขยายบริการมีแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขา โดยใช้เงินบำรุง รพ.ที่เป็นเงินบริจาคของชาวบ้าน ดังนั้นเมื่อกระทรวงยกระดับ จึงเหมือนกับเป็นการเปลี่ยนชื่อจาก รพช. เป็น รพท. เท่านั้น แต่อาจจะได้รับงบประมาณและเงินลงทุนเพิ่มบ้าง

นพ.สุภัทร กล่าวว่า ในการยกระดับ รพ. เชื่อว่าประเด็นที่ทำให้ต่างกังวลคือ หลังเป็น รพท.แล้ว ผอ.รพช.จะถูกดูแลโดยปลัด สธ. ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งทุก 4 ปี นั่นหมายความว่า ต่อจากนี้ ผอ.รพช.ที่ยกระดับเป็น รพท.จะไม่ได้ประจำอยู่ใน รพ.ยาวเหมือนกับในอดีต ซึ่งจะกระทบต่องาน รพ.และความสัมพันธ์ชาวบ้านในพื้นที่ได้ ด้วยเหตุนี้อาจทำให้ไม่อยากถูกยกระดับเป็น รพท. นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องค่าตอบแทนที่ต้องถูกปรับหลักเกณฑ์เป็นการจ่ายตามภาระงาน (P4P) แทน ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ของ รพช.ที่ต่อสู้ไม่เอา P4P มาโดยตลอด 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกระดับรพช. 20 แห่งเป็นรพท. 1 ต.ค.นี้ สธ.ชี้ประชาชนได้ประโยชน์ บุคลากรก้าวหน้าขึ้น