ยันแพทยสภาไม่ได้ยกเลิก ‘จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น’ ออกจากสาขาขาดแคลน

“หมอสุรจิต” ชี้ข่าว แพทยสภายกเลิกจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นสาขาขาดแคลนข้อมูลมั่ว ยันยังเป็น 1 ใน 12 สาขาขาดแคลน แจงเหตุให้เพิ่มพูนทักษะ 1 ปี ก่อนเรียนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหนุนแพทย์วินิจฉัยโรคแม่นยำ

นพ.สุรจิต สุนทรธรรม กรรมการแพทยสภา กล่าวถึงการนำเสนอข่าวปัญหาการขาดแคลนจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โดยพาดพิงแพทยสภาว่าได้ถอดออกจากสาขาแพทย์ขาดแคลน (ดูข่าว ที่นี่) โดยยืนยันว่า จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นยังคงเป็นหนึ่งใน 12 สาขาแพทย์ที่ขาดแคลนอยู่ และแพทยสภายังไม่ได้ถอดออกแต่อย่างใด การให้ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และการที่แพทยสภากำหนดให้แพทย์ต้องเรียนเพิ่มพูนทักษะเพิ่มเติมนั้น เป็นเรื่องที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่แต่เฉพาะสาขาจิตแพทย์เด็และวัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสาขาแพทย์ต่างๆ และบางสาขายังมีความขาดแคลนมากกว่า อย่างเช่น แพทย์สาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉินที่ยังคงมีความต้องการเพิ่มเติมอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อให้แพทย์มีความรู้เกี่ยวกับโรคอื่นๆ ที่เป็นส่วนข่วยสนับสนุนในการวินิจฉัยโรคผู้ป่วยให้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น   

ทั้งนี้ในอดีตแพทย์หลังจากเรียนจบ 6 ปีแล้ว ยังต้องรับการฝึกโดยเป็นแพทย์ฝึกหัดก่อนอีก 1 ปี จึงจะเข้าสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมเพื่อรักษาผู้ป่วยได้ แต่ปัจจุบันแพทยสภาได้มีการปรับเปลี่ยน โดยหลังเรียนแพทย์ 6 ปีแล้ว แพทย์สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้เลย ไม่ต้องเป็นแพทย์ฝึกหัดก่อน แต่ด้วยหลักเกณฑ์นี้พบปัญหาคือแพทย์ที่จบใหม่และเข้าเรียนต่อเป็นแพทยเฉพาะทางเลย โดยไม่ได้ฝึกหัดเพื่อเพิ่มพูนทักษะทางคลินิก จะมีปัญหาการวินิจฉัยโรคในการแยกอาการต่างๆ ของผู้ป่วย จึงเป็นที่มาซึ่งแพทยสภาจำต้องกำหนดให้แพทย์ที่จะเรียนต่อแฉพาะทางจะต้องเรียนเพิ่มพูนทักษะก่อน 1 ปี เพื่อแก้ไขปัญหานี้ และหลักเกณฑ์นี้ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง

“ที่บอกว่าจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ขาดแคลนแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีใครเคยพูดเลย ทั้งแพทยสภาเองและราชวิทยาลัยจิตแพทย์ ผมไม่รู้ว่าไปนำข้อมูลมาจากไหน และเรื่องนี้ข้อเท็จจริงควรสอบถามทางเลขาธิการราชวิทยาลัยจิตแพทย์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง จะให้คำตอบได้ชัดเจนมากกว่า อีกทั้งข้อมูลที่ระบุถึงปัญหาขาดแคลนจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นที่นำเสนอไม่เป็นเหตุเป็นผล และไม่น่าเชื่อถือ” กรรมการแพทยสภา กล่าว     

นพ.สุรจิต กล่าวต่อว่า การระบุว่าแพทย์สาขาใดขาดแคลนนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การขาดแคลนแพทย์ที่มีความสนใจเรียน ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาองค์กรและหน่วยงานที่ต้องแก้ไข และ 2.การขาดแคลนแพทย์ในภาพรวม ซึ่งตรงนี้ต้องดูข้อมูลจากความต้องการของผู้ใช้ คือกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นผู้ใช้รายใหญ่ โดยเป็นหน่วยงานที่มีโรงพยาบาลในสังกัดจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งจะประสานกับราชวิทยาลัยแพทย์สาขาต่างๆ ถึงความต้องการในการผลิตแพทย์ รวมถึงการเปิดให้ทุน ซึ่งแต่ละสาขามีความต้องการที่แตกต่างกัน รวมถึงแต่ละพื้นที่ยังมีความต้องการแพทย์ที่แตกต่างกันด้วย  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จิตแพทย์เด็กขาดแคลนหนัก ทั้งประเทศมีแค่ 192 คน เตรียมหารือ สธ.เป็นสาขาเรียนโครงการ ODOD

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน