‘ทีดีอาร์ไอ’ เสนอ ปชช.ร่วมจ่ายบัตรทองเฉพาะบริการผู้ป่วยนอก

Mon, 2016-10-10 18:40 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้ ระบบบัตรทองกำลังป่วยเหตุงบประมาณพุ่ง หวั่นคุณภาพบริการแย่ เสนอดึงคนชั้นกลางเข้ามาใช้บริการ-ให้ประชาชนร่วมจ่ายค่ารักษาเฉพาะบริการผู้ป่วยนอก ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยเรื้อรัง และผู้ป่วยในไม่ต้องร่วมจ่าย

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) บรรยายพิเศษหัวข้อ “ทิศทางและอนาคตประเทศไทย” ภายในการประชุมวิชาการระดับชาติด้านหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2559 ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) กำลังป่วยเสียเอง เนื่องจากงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นถึงปีละ 5% ในขณะที่เศรษฐกิจไทยในอนาคตอาจจะโตต่ำกว่า 3% อีกนาน ส่งผลให้เกิดปัญหาทางการเงิน

นายสมเกียรติ กล่าวว่า หากงบประมาณของบัตรทองถูกแช่แข็งต่อไป ปัญหาก็คือคุณภาพการบริการก็จะแย่ลง สุดท้ายคนชั้นกลางก็จะไม่ใช้บริการ และระบบก็จะกลายเป็นระบบสงเคราะห์สำหรับคนจนเท่านั้น

“สุดท้ายแล้วคนชั้นกลางก็จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน และก็จะถูกเก็บค่ารักษาพยาบาลแพง ผนวกกับนโยบายเมดิคัล ฮับ ที่จะทำให้คุณภาพบัตรทองแย่ลงไปอีก” นายสมเกียรติ กล่าว

ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาคนชั้นกลางมักจะมีปากเสียงและรัฐบาลก็เกรงอกเกรงใจ ฉะนั้นหากทำให้คนชั้นกลางเข้ามาใช้บริการในระบบบัตรทองมากยิ่งขึ้น ก็จะมีแรงกดดันไปสู่การยกระดับบริการให้ดีขึ้น

“สิ่งสำคัญก็คือจะต้องปฏิรูปบัตรทอง ชักชวนให้คนชั้นกลางอยากมาใช้บัตรทองมากยิ่งขึ้น เพิ่มงบให้ผู้ป่วยใน ส่วนผู้ป่วยนอกต้องใช้วิธีร่วมจ่าย เว้นแต่กรณีเจ็บป่วยเรื้อรัง” นายสมเกียรติ กล่าว

นักวิชาการรายนี้ กล่าวอีกว่า สำหรับการร่วมจ่ายนั้นอาจทำได้หลายรูปแบบ อาทิ ร่วมจ่ายค่ายา ร่วมจ่ายเบี้ยประกันแล้วรักษาฟรี หรือร่วมจ่ายโดยผ่านเบี้ยประกันและจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพียงเล็กน้อย

นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้มาถึงจุดสำคัญที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ซึ่งจะกระทบกับระบบประกันสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยประการแรกกคือแนวโน้มค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงขึ้นโดยตรรกะตามธรรมชาติ ผนวกกับการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะเพิ่มขึ้นอีก ในขณะเดียวกันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มลดลง เพราะจำนวนแรงงานที่เข้าสู่ตลาดลดลงไปด้วย ซึ่งทั้งหมดจะผลักดันให้เกิดความตึงเครียดสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะกับระบบบัตรทอง