“คลัง” เล็งออกบัตรให้ ขรก.รูดจ่ายค่ารักษา ป้องกันงบรั่วไหล-เวียนยา

Thu, 2017-02-09 09:22 -- hfocus
Print this pagePrint this page

“อภิศักดิ์” เผย ก.คลังมีแนวคิดให้ออกบัตรให้ข้าราชการรูดจ่ายค่ารักษา ป้องกันงบประมาณรั่วไหล การเวียนยา คาด พ.ค.-มิ.ย.นี้กรมบัญชีกลางจะดำเนินการออกบัตรได้ ระบุนำมาใช้ระหว่างรอผลศึกษาดึงประกันเอกชนมาเหมาจ่ายค่ารักษารายปีให้ข้าราชการ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

เว็บไซต์แนวหน้ารายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.60 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีแนวคิดออกบัตรให้ข้าราชการรูดเพื่อชำระค่ารักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัว ประมาณ 5 ล้านราย เพื่อใช้ในการรูดเมื่อต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลยังโรงพยาบาลในสังกัด ซึ่งเชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยป้องกันการรั่วไหลของงบประมาณที่ใช้ในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลข้าราชการที่มีสูงได้เป็นอย่างดี

"แนวคิดเรื่องการออกบัตรเบิกเงินรักษาสุขภาพให้ข้าราชการและครอบครัวนั้น เป็นแนวทางหนึ่งในการอุดช่องโหว่จากการรั่วไหลของค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ที่เกิดจากการเวียนยาและอื่นๆ ซึ่งคาดว่า ภายในเดือน พ.ค.-มิ.ย. นี้กรมบัญชีกลางจะดำเนินการออกบัตรดังกล่าวได้ โดยเรื่องนี้จะนำมาใช้ไปก่อนในช่วงที่รอผลการศึกษาจากปลัดกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการดึงบริษัทประกันเอกชนเข้ามาเหมาค่ารักษาพยาบาลข้าราชการแบบรายปีกับกรมบัญชีกลาง โดยเมื่อผลการศึกษาแล้วเสร็จก็จะมีการประเมินกันอีกครั้งว่าระหว่างการใช้บัตรเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลกับการดึงบริษัทประกันเอกชนเข้ามาดำเนินงาน แบบใดจะได้ผลดีกว่ากันโดยเฉพาะในแง่ของการลดการรั่วไหลของงบประมาณ" นายอภิศักดิ์ กล่าว

สำหรับหลักการเบื้องต้นของบัตรดังกล่าว คือ จะใช้ในการรูดจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการและครอบครัว แต่หากกรณีลืมนำบัตรติดตัวไปด้วยเมื่อรับการรักษา ให้ข้าราชการสำรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แล้วทำเรื่องเบิกเงินคืนในภายหลัง โดยกรมบัญชีกลางจะทำการจ่ายเงินคืนผ่านระบบพร้อมเพย์ ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยลดการทุจริต ยักยอกเงินค่ารักษาพยาบาลของสถานพยาบาลได้เป็นอย่างดี

นายอภิศักดิ์ ยังกล่าวถึงการยกระดับประเทศไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ว่า หลังจากกระทรวงการคลังพัฒนาเรื่องการใช้อีเพย์เมนท์ได้ระดับหนึ่ง จากนี้ไปจะผลักดันให้ร้านค้าทั่วประเทศ สามารถติดตั้งเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ( อีดีซี ) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกเอกชน 2 ราย ที่จะติดตั้งเครื่องดังกล่าว คาดว่าจะได้รายชื่อภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะสามารถลดการใช้เงินสดได้มากขึ้นและให้ประชาชนเข้าถึงการใช้จ่ายเงินได้อย่างคล่องตัว พร้อมทั้งป้องกันการคอร์รัปชั่นหรือการฟอกเงินเหมือนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้

อย่างไรก็ตามบริษัทเอกชนที่จะได้รับคัดเลือกนั้น จะต้องมีเงื่อนไขว่าต้องคิดค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายผ่านเครื่องอีดีซีแต่ละครั้งต่ำที่สุด เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้เงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าถือเงินสดได้ ซึ่งเครื่องอีดีซี สามารถใช้รูดได้ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และตั๋วร่วมที่กำลังจะออกมาในเดือน มิ.ย. 2560 ซึ่งการติดตั้งเครื่องจะเริ่มติดตั้งให้ได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และใช้ระยะเวลาติดตั้งให้ครบ 5 แสนเครื่องใน 1 ปี

ขอบคุณที่มาข่าว เว็บไซต์แนวหน้า